
กูเกิล (Google) เผยแพร่รายงาน The Gemini Report: Southeast Asia 2026 เมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) ซึ่งให้ข้อมูลเจาะลึกพฤติกรรมของผู้ใช้เครื่องมือ AI ของกูเกิลอย่างเจมิไน (Gemini) ครอบคลุม 6 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย
รายงานดังกล่าวยกให้ผู้ใช้งานชาวไทยเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ในการใช้เครื่องมือ AI ในแง่ของการสร้างสรรค์และความเพลิดเพลินทั่วไป โดยคนไทยได้เปลี่ยนเทคโนโลยีนี้จากเดิมที่เป็นเพียงเครื่องมืออันเคร่งเครียดในที่ทำงาน ไปสู่การเป็น “เพื่อนคู่คิดในเรื่องไลฟ์สไตล์”
ส่องเทรนด์การใช้ AI อาเซียนไตรมาส 1/2569
จากข้อมูลประจำไตรมาส 1 ปี 2569 รูปแบบการใช้งานเจมิไนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยผู้ใช้งานในแต่ละประเทศมีรูปแบบการป้อนคำสั่ง (Prompt) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ครอบคลุมทั้งหมวดหมู่ความคิดสร้างสรรค์ (Creative) การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productive) และการใช้ในชีวิตประจำวัน (Daily life)
- อินโดนีเซีย ใช้เจมิไนเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัวสายสร้างสรรค์” โดยมีสัดส่วนการส่งคำสั่งในหมวดความคิดสร้างสรรค์สูงถึง 32% ซึ่งมากที่สุดใน 6 ประเทศในการสำรวจนี้
- สิงคโปร์ โดดเด่นอย่างมากในเรื่องการใช้เครื่องมือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเขียนโค้ด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 15% ของคำสั่งทั้งหมด หรือคิดเป็นกว่าสองเท่าของค่าเฉลี่ยในภูมิภาคซึ่งอยู่ที่ 6% นอกจากนี้ยังมีสัดส่วนการส่งคำสั่งสำหรับงานระดับมืออาชีพอีก 10% โดยชาวสิงคโปร์มองเจมิไนเป็น “เพื่อนคู่คิดในชีวิตประจำวัน”
- ไทย นำโด่งในแง่การใช้งานในหมวดชีวิตประจำวันและการสนทนาทั่วไป โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 32% ซึ่งผู้ใช้งานชาวไทยส่วนใหญ่มองเจมิไนเป็น “เพื่อนคู่คิดในเรื่องไลฟ์สไตล์”
- เวียดนาม มีสัดส่วนการส่งคำสั่งในหมวดการศึกษาและวิชาการสูงที่สุดถึง 17% โดยใช้เจมิไนเป็น “สะพานเชื่อมสู่โลกกว้าง” และมีสัดส่วนของคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโค้ด คณิตศาสตร์ และการแปลค่อนข้างสูง
- ฟิลิปปินส์ มีสัดส่วนการใช้งานในหมวดการศึกษาและวิชาการมากถึง 14% เป็นรองเพียงเวียดนาม และนิยมใช้เจมิไนเป็น “เพื่อนร่วมงานในสายงานบริการลูกค้า” เช่น ใช้บริหารจัดการข้อซักถามหรือข้อร้องเรียนจากลูกค้า คำสั่งซื้อ หรือใช้ปรับปรุงเรซูเม่ในการหางาน
- มาเลเซีย นิยมใช้เจมิไนเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัวด้านภาษาและภาพ” โดยเน้นหนักไปที่หมวดชีวิตประจำวันและการสนทนาทั่วไป 29% รวมถึงหมวดความคิดสร้างสรรค์ 22%
เปิดอินไซต์ยูสเซอร์เจมิไนในไทย
รายงานนี้ให้ข้อมูลว่า 1 ใน 3 ของการป้อนคำสั่งในไทย เน้นไปที่กิจกรรมผ่อนคลายสบาย ๆ เช่น การหาไอเดียแต่งบ้าน สูตรอาหารเพื่อสุขภาพ หรือหาข้อมูลเกี่ยวกับวัดในย่านของตน
นอกจากนี้ ไทยยังรั้งอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซีย ในการใช้ AI เพื่อการสร้างสรรค์ เช่น การสร้างรูปภาพและการผลิตคอนเทนต์ แรงขับเคลื่อนด้านความคิดสร้างสรรค์นี้มีผู้หญิงไทยเป็นแกนนำ ซึ่งใช้ AI ในเชิงสร้างสรรค์บ่อยกว่าผู้ใช้งานเพศชายในไทยถึง 50%
เมื่อพิจารณากันตามกลุ่มอายุ ข้อมูลเกี่ยวกับไทยได้แสดงให้เห็นรูปแบบการใช้งานที่น่าสนใจจาก 2 กลุ่มอายุ ได้แก่
- กลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุน้อยกว่า 25 ปี): คนกลุ่มนี้มีปริมาณคำขอต่อผู้ใช้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอายุอื่น ๆ และสนทนากับ AI ต่อเนื่องยาวนานที่สุด
- กลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 54 ปีขึ้นไป): กลุ่มนี้กลายเป็นผู้ใช้งานที่นิยมใช้ฟีเจอร์แบบผสมผสาน (Multimodal) สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแทนที่จะพิมพ์ข้อความยาว ๆ ชาวไทยกลุ่มนี้เลือกที่จะสั่งงานด้วยเสียงและส่งรูปภาพแทน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะใช้ AI เป็นกูรูส่วนตัว เช่น คอยให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพ
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





