ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวกส่วนใหญ่ เก็งเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (15 ก.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้

  • ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 68,353.91 จุด เพิ่มขึ้น 610.41 จุด หรือ +0.90%
  • ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 24,695.62 จุด เพิ่มขึ้น 354.89 จุด หรือ +1.46%
  • ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,963.90 จุด ลดลง 3.22 จุด หรือ -0.08%
  • ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 8.16%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวขึ้น 0.34%

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนพ.ค. โดยการชะลอตัวของดัชนี CPI เดือนมิ.ย. มีสาเหตุมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวลงในเดือนดังกล่าว

ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนพ.ค.

หลังการเปิดเผยดัชนี CPI นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในช่วงสายวันนี้ หลังจากกองกำลังของสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีอิหร่านอีกระลอก นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้กลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่านใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 1.01% แตะที่ 80.14 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ปรับตัวขึ้น 1.23% แตะที่ 85.77 ดอลลาร์/บาร์เรล

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจเอเชียวันนี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 2/2569 ขยายตัวเพียง 4.3% ซึ่งชะลอตัวลงจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 5% และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5% เนื่องจากการลงทุนชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่การบริโภคยังคงอยู่ในภาวะซบเซา

ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 2 ของจีนขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 2565 และต่ำกว่ากรอบเป้าหมายการเติบโตตลอดปีที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ที่ 4.5%-5% โดยเป้าหมายดังกล่าวถือว่าต่ำสุดในรอบหลายสิบปี อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้ากับบรรดาประเทศคู่ค้า ซึ่งรวมถึงสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ประกอบกับอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังคงซบเซา

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทหลายแห่งในวันนี้ ซึ่งรวมถึง ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ (United Airlines), มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley), จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) และ แบล็กร็อก (BlackRock)

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้เช่นกัน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต จะปรับตัวขึ้น 6.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 6.5% ในเดือนพ.ค. และคาดว่าดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.9% ในเดือนพ.ค.

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข

ข่าวล่าสุด