
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยติดต่อกันเป็นวันที่ 3 ในวันพฤหัสบดี (16 ก.ค.) โดยนักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ตลาดเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แม้หลายบริษัทรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
- ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 643.73 จุด เพิ่มขึ้น 1.02 จุด หรือ +0.16%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,377.86 จุด ลดลง 4.57 จุด หรือ -0.05%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,915.49 จุด ลดลง 84.04 จุด หรือ -0.34%
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,572.24 จุด เพิ่มขึ้น 56.32 จุด หรือ +0.54%
จนถึงขณะนี้ ความหวังที่ว่าฤดูกาลประกาศผลประกอบการจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของนักลงทุนออกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ และหันกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท ซึ่งจะเป็นแรงหนุนรอบใหม่ให้กับตลาดหุ้นนั้น ยังไม่เกิดขึ้น
ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวขึ้นเพียง 0.41% ในรอบสัปดาห์นี้ แม้ ASML ซึ่งเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์สำหรับการผลิตชิปคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงรายใหญ่ของโลก จะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
หุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐานปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 1.38% ขณะที่หุ้นกลุ่มสื่อนำตลาดด้วยการปรับตัวขึ้น 1.43%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทรงตัว แม้ TSMC ของไต้หวันจะรายงานกำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ 77%
หุ้น ASML พุ่งขึ้น 3.16% ขณะที่หุ้นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ STMicroelectronics และ BE Semiconductor ปรับตัวลง 4.91% และ 3.20% ตามลำดับ
หุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในเดือนนี้ หลังจากปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสก่อน
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงคาดหวังว่าฤดูกาลประกาศผลประกอบการของยุโรปในครั้งนี้จะเป็นฤดูกาลที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 3 ปี
นักวิเคราะห์จาก Pinnacle Associates กล่าวว่า ปัจจัยที่ยังเป็นข้อได้เปรียบของยุโรปคือระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่ยังน่าสนใจกว่าตลาดอื่น และปัจจัยดังกล่าวยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง
ข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG ระบุว่า การกลับมาปะทะกันอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทำให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งคลี่คลาย แนวโน้มการลงทุนในยุโรปก็อาจกลับมาสดใสอีกครั้ง
นักวิเคราะห์จาก Generali Investments กล่าวว่า ในระยะนี้บริษัทให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปในระดับเป็นกลาง แต่ให้น้ำหนักการลงทุนในยุโรปมากกว่าเล็กน้อย ตราบใดที่เชื่อว่าความขัดแย้งจะบรรเทาลงอีกครั้ง
เขากล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้น เศรษฐกิจยุโรปจะกลับมาฟื้นตัวในแง่ของแรงส่งการเติบโต และผลประกอบการของบริษัทต่าง ๆ ก็จะฟื้นตัวตามไปด้วย
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น Delivery Hero ปิดทรงตัว หลัง Uber เปิดเผยว่าได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการต่อผู้ถือหุ้น โดยประเมินมูลค่าของบริษัทผู้ให้บริการส่งอาหารสัญชาติเยอรมนีแห่งนี้ไว้ที่ประมาณ 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
หุ้น Delivery Hero ปรับตัวขึ้นเกือบ 70% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ หลังมีรายงานว่าการยื่นข้อเสนอซื้อกิจการใกล้จะเกิดขึ้น
หุ้น Telenor ร่วงลง 11.64% หลังผู้ให้บริการโทรคมนาคมของนอร์เวย์ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการปี 2569 ภายหลังผลประกอบการไตรมาส 2 อ่อนแอกว่าที่คาด
ด้านหุ้น Publicis บริษัทโฆษณารายใหญ่ของฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 3.07% หลังรายงานรายได้ครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริการด้านการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่แข็งแกร่ง
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





