ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์ แรงหนุนฟันด์โฟลว์ช่วยพยุง แม้อาจเผชิญแรงกดดันกลุ่มเทคฯ

นักวิเคราะห์ฯ เผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัว Sideways ไร้ปัจจัยใหม่หนุน ยังต้องติดตามสงครามในตะวันออกกลาง และแรงขายหุ้นกลุ่มเทคฯ โลก ที่อาจกดดันกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย อย่างไรก็ตามหุ้นไทยยังมีแรงหนุนสำคัญจากกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าช่วยประคองดัชนี พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,625 จุด และแนวต้าน 1,645 จุด

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดดัชนีแกว่งไซด์เวย์ ตลาดยังขาดปัจจัยใหม่ โดยปัจจัยต่างประเทศยังต้องติดตาม สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แและแรงขายกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศที่ยังมีอยู่ อย่างไรก็ดี ในส่วนของตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยบวกเฉพาะตัวเข้ามาช่วยพยุงดัชนี คือ ทิศทางของกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังคงทยอยไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยประคองดัชนีไว้

ทางด้านภาพรวมของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เปิดตลาดในเช้าวันนี้ ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในแดนลบ อาทิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนีนิกเกอิ ที่ปรับตัวลงแรงเช้านี้ ทั้งนี้แรงกดดันหลักในฝั่งเอเชียมาจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งประเด็นดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงลบ ต่อหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามหากพิจารณาแรงขายหุ้นกลุ่มเทคฯ และกลุ่มเติบโต (Growth Stock) ในฝั่งสหรัฐฯ จะพบว่าเป็นการหมุนเวียนเงินลงทุน (Rotation) โดยมีแรงซื้อสลับเข้ามาในหุ้นกลุ่ม Value ดังนั้น กระแสเงินทุนในลักษณะนี้จะยังช่วยให้ตลาดหุ้นไทยได้เปรียบ เนื่องจากมีแรงหนุนจากการไหลเข้าของ Fund Flow ที่ย้ายออกจาก Growth Stock เข้าสู่ Value Stock

โดยให้กรอบแนวรับ 1,625 จุด และแนวต้าน 1,645 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (16 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,552.97 จุด ลดลง 105.67 จุด หรือ -0.20% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,533.77 จุด ลดลง 38.63 จุด หรือ -0.51% ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,881.95 จุด ลดลง 387.28 จุด หรือ -1.47%

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดลบเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 66,339.85 จุด ลดลง 495.69 จุด หรือ -0.74% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 25,022.54 จุด เพิ่มขึ้น 13.94 จุด หรือ +0.06% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,865.32 จุด ลดลง 17.09 จุด หรือ -0.44% ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการวันนี้ เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (16 ก.ค. ) 1,635.29 จุด เพิ่มขึ้น 5.08 จุด (+0.31%) มูลค่าซื้อขาย 77,417.92 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (16 ก.ค.) 3,408.98 ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. (16 ก.ค.) ลดลง 65 เซนต์ หรือ 0.82% ปิดที่ 78.95 ดอลลาร์/บาร์เรล

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (16 ก.ค.) อยู่ที่ 27.38 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.60 อ่อนค่าสอดคล้องภูมิภาค จับตาราคาทอง-ราคาน้ำมัน

– นายกฯ เผยเดินทางเยือนจีน 16-20 ก.ค. ร่วมประชุมเอไอโลกที่เซี่ยงไฮ้ ดึงนักลงทุนมาไทย ก่อนเปิดสำนักงานบีโอไอที่เฉิงตู บอกจีนคือมหามิตร สนับสนุนไทยทุกเรื่องทั้งที่ร้องขอและไม่ร้องขอ

– “บอร์ดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เคาะ 9.5 ล้านราย ผ่านเกณฑ์คัดกรองรับบัตรคนจนรอบใหม่ จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.8 ล้านราย เตรียมเดินหน้าประกาศรายชื่อผ่านช่องทางที่กำหนดภายในวันที่ 17 ก.ค. พร้อมเปิดช่องทางอุทธรณ์รับสิทธิ ส่วนกลุ่มผู้ถือบัตรเดิมที่ตกเกณฑ์-ไม่ได้ลงทะเบียน เตรียม 6 ล้านสิทธิโยกใช้ไทยช่วยไทยพลัส

– “ซีอีโอแบงก์” ชี้เศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 69 เผชิญ “ความไม่แน่นอน” แม้ปัจจัยภายนอกผ่อนคลาย แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างคือ “โจทย์ใหญ่” หนี้ครัวเรือน-ขาดเครื่องยนต์ใหม่ แบงก์หันรักษาคุณภาพสินทรัพย์ ปรับพอร์ตสู่สินเชื่อศักยภาพ สร้างแหล่ง รายได้ใหม่

– “พาณิชย์” เผยครึ่ง ปี 69 มีธุรกิจตั้งใหม่ 44,773 ราย เพิ่มขึ้น 2.13% จากปีก่อน โดยธุรกิจค้าปลีกออนไลน์เติบโตสูง สุด 56.9% ตามด้วยร้านอาหารและร้านขายเสื้อผ้า สะท้อนการฟื้นตัวของการบริโภคและการค้าผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

– กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่าย พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ครั้งแรกวงเงิน 4,000 ล้านบาท โดยจะจำหน่ายผ่าน 2 ช่องทาง แบ่งเป็นการจำหน่ายผ่านวอลเล็ตสะสมบอนด์มั่งคั่ง (สบม.) วงเงิน 2,000 ล้านบาท และผ่านบอนด์ คอนเน็กซ์ แพลตฟอร์ม วงเงิน 2,000 ล้านบาท โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี สำหรับพันธบัตร รุ่นอายุ 3 ปี และ 2.80% ต่อปี สำหรับพันธบัตรรุ่นอายุ 10 ปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน

*หุ้นเด่นวันนี้

– GULF (เคจีไอ) เป้าพื้นฐาน 70 บาท ประเมินกำไรปกติไตรมาส 2/69 โต New high ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท (+62% YoY +23% QoQ) ทั้งจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ดีขึ้น กำไรจาก ADVANC ที่โต และเงินปันผลจาก KBANK ขณะที่เราประเมิน GULF มี Catalyst บวกเรื่องการลงทุนพลังงานทดแทนตามแผน PDP ใหม่ รวมถึงการลงทุน Direct PPA เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าของ Data center ขณะที่ราคาหุ้นปรับขึ้นช้า Laggard กว่ากลุ่มฯ

– SAWAD (คิงส์ฟอร์ด) ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 30.00 บาท แนวโน้มไตรมาส 2/69 คาดกำไรปกติเติบโต YoY จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงจากการ rollover หุ้นกู้ ส่วนปี 2569 บริษัทตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อรวมราว 10-15% (เน้นสินเชื่อจำนำทะเบียน) ส่วน credit cost ลดลงอยู่ในกรอบ 1.8% NPL ลดลงจากการตัดหนี้สูญสินเชื่อเช่าซื้อไปมากแล้ว รวมถึงทยอยลดผลขาดทุนจากรถยึดลง ประกอบกับคาดต้นทุนทางการเงินบริษัทลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยและรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ใหม่ ส่งผลให้ตลาดคาดกำไรปี 2569-2570 ที่ 5.47 พันล้านบาท +9%YoY และ 6.06 พันล้านบาท +11%YoY

GFPT (ฟินันเซีย ไซรัส ) ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 589 ล้านบาท +14% QoQ แต่ -8% YoY ดีกว่าคาดเดิม โดยน่าจะเป็นบริษัทปศุสัตว์รายเดียวที่มีกำไรโต QoQ หนุนจากปริมาณส่งออกไก่ฟื้นตัวในตลาดยุโรปและญี่ปุ่น รวมถึงราคาส่งออกยุโรปที่ดีขึ้นช่วยชดเชยรายได้ในประเทศที่อ่อนตัว คงคาดกำไรปี 69 ที่ 1.94 พันล้านบาท -21% YoY ขณะที่โมเมนตัมกำไรเริ่มฟื้นตามราคาไก่ในประเทศและฤดูกาลส่งออก ราคาหุ้นชะลอตัวลง 12% YTD ทำให้ปัจจุบันเทรด 69-70PER เพียงราว 6 เท่า และให้ Dividend Yield ราว 5%

โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน