
เบอร์เบอรี่ (Burberry) แบรนด์หรูจากอังกฤษ เปิดเผยว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในยุโรป ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลง 5.40% ในการซื้อขายวันนี้ (17 ก.ค.) แม้ยอดขายในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย.จะเติบโตแข็งแกร่งในสหรัฐฯ และจีน
บริษัทระบุว่า ยอดขายในภูมิภาคยุโรปและตะวันออกกลาง ลดลง 3% เมื่อเทียบรายปี เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังศูนย์กลางการชอปปิงในตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ ลดลง ขณะที่ยุโรปก็มีนักท่องเที่ยวจากเอเชียบางตาลงเช่นกัน
เคต เฟอร์รี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของเบอร์เบอรี่ กล่าวว่า ผลกระทบหลักในขณะนี้มาจากภาคการท่องเที่ยว ขณะที่การใช้จ่ายของลูกค้าในประเทศต่าง ๆ ยังช่วยพยุงยอดขายในหลายตลาด และนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันยังคงมีกำลังซื้อแข็งแกร่ง
แม้ตะวันออกกลางจะสร้างรายได้ให้เบอร์เบอรี่เพียง 2% ของยอดขายทั้งหมด แต่ผลกระทบทางอ้อมจากความขัดแย้งยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนจับตา โดยเฉพาะหลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอีกระลอก ส่งผลให้หุ้นกลุ่มสินค้าหรูทั่วทั้งอุตสาหกรรมเผชิญแรงขาย
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังได้รับแรงหนุนสำคัญจากตลาดสหรัฐฯ และจีน โดยยอดขายในทวีปอเมริกาเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ยอดขายในจีนเติบโต 9%
ทั้งนี้ แม้ราคาหุ้นเบอร์เบอรี่จะปรับตัวลงแล้วเกือบ 19% นับตั้งแต่ต้นปี แต่ยังถือว่าทำผลงานได้ดีกว่าบริษัทสินค้าหรูหลายราย
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





