ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดบวก หุ้นพลังงาน-สาธารณูปโภคหนุนตลาด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกในวันศุกร์ (17 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคและหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง ขณะที่นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์การเมือง หลังแอนดี เบอร์แนม ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานของอังกฤษ

  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,600.37 จุด เพิ่มขึ้น 28.13 จุด หรือ +0.27%

สหรัฐฯ โจมตีสะพานและสนามบินในอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในคูเวต

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 2.1% ตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น จากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน

หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคพุ่งขึ้น 2.7% มากที่สุดในบรรดากลุ่มอุตสาหกรรม ขณะที่หุ้นกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ ปรับตัวขึ้น 1.6%

ในทางกลับกัน ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นกดดันหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการให้ปรับตัวลง 0.9%

หุ้นกลุ่มการเงินอ่อนตัวลง โดยหุ้นกลุ่มธนาคารลดลง 0.4% ขณะที่หุ้นกลุ่มวาณิชธนกิจและธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ร่วงลง 1.5%

หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลร่วงลง 5% หลัง Burberry เตือนว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในยุโรป ส่งผลให้ราคาหุ้นของแบรนด์สินค้าหรูจากอังกฤษร่วงลง 6.4% แม้ว่ายอดขายในสหรัฐฯ และจีนจะเติบโตแข็งแกร่งในช่วงไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย. ก็ตาม

ด้านการเมือง แอนดี เบอร์แนม ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของอังกฤษ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ของประเทศในรอบ 10 ปี โดยให้คำมั่นว่าจะสกัดการเติบโตของพรรค Reform UK ซึ่งมีแนวคิดประชานิยม

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้น GSK ปรับตัวลง 2% หลังบริษัทยารายนี้ประกาศยุติการพัฒนายารักษาอาการไอเรื้อรังชนิดดื้อต่อการรักษาที่อยู่ระหว่างการทดลอง เนื่องจากไม่สามารถผ่านการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้าย และไม่บรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิผลในทุกระดับขนาดยาที่ทดสอบ

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช