ศาลสหรัฐฯ ไม่รับคำร้องคดีใช้ AI คัดคนถูกเลิกจ้าง เปิดทาง Meta เดินหน้าปลดพนักงาน

ผู้พิพากษาศาลสหรัฐฯ มีคำสั่งเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ค.) ไม่รับคำร้องของพนักงาน 26 คนของบริษัท เมตา แพลตฟอร์มส์ (Meta Platforms) ที่ขอให้ศาลสั่งระงับการเลิกจ้างชั่วคราว โดยพนักงานกล่าวหาว่า บริษัทใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) คัดเลือกผู้ที่จะถูกเลิกจ้าง ส่งผลให้ผู้ที่มีความพิการหรือเคยลางานด้วยเหตุผลทางการแพทย์เสียเปรียบ

วิลเลียม ออร์ริก ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเมืองโอกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุในคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เมตาสามารถดำเนินการเลิกจ้างตามกำหนดในวันที่ 22 ก.ค. ได้ ระหว่างที่ข้อพิพาทเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายดังกล่าวอยู่ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ

ผู้พิพากษาให้เหตุผลว่า พนักงานไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าการสูญเสียงานเข้าข่าย “ความเสียหายที่ไม่อาจเยียวยาได้” (irreparable harm) ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการที่ศาลจะออกคำสั่งฉุกเฉินระงับการเลิกจ้าง ขณะที่โฆษกของเมตาปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

เมตาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับการเลิกจ้างดำเนินการโดยบุคคล ไม่ใช่ AI

ด้านทนายความของกลุ่มโจทก์ระบุในแถลงการณ์ร่วมว่า แม้ศาลจะไม่รับคำร้อง แต่ผู้พิพากษาก็เห็นว่าคดีนี้ได้ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการของเมตา และยังเปิดช่องให้ทบทวนคำวินิจฉัยได้ หากทั้งสองฝ่ายนำเสนอหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ AI ในกระบวนการลดจำนวนพนักงาน รวมถึงวิธีการนำ AI มาใช้ในการตัดสินใจ

ทั้งนี้ เมตาแจ้งพนักงานเกือบ 8,000 คน หรือราว 10% ของพนักงานทั่วโลกเมื่อเดือนพ.ค. ว่าจะถูกเลิกจ้าง เพื่อเดินหน้าลงทุนด้าน AI มากขึ้น

ในคำฟ้องที่ยื่นเมื่อวันจันทร์ (13 ก.ค.) โจทก์ระบุว่า เมตาใช้เครื่องมือ AI ประเมินประสิทธิภาพการทำงานและการใช้งาน AI Token เพื่อคัดเลือกตำแหน่งงานที่จะถูกยกเลิก ซึ่งส่งผลเสียต่อพนักงานที่ต้องลางานเนื่องจากปัญหาสุขภาพหรือเพื่อดูแลสมาชิกในครอบครัว

โจทก์ยังอ้างอีกว่า เมตาใช้ผลการประเมินผลงานที่อ้างอิงระดับการนำ AI มาใช้ของพนักงาน เป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเลิกจ้าง

คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่ยื่นฟ้องบริษัทขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ โดยท้าทายการใช้ AI ในกระบวนการคัดเลือกพนักงานเพื่อเลิกจ้างตามข้อกล่าวหา

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด