
จีนประกาศตั้งเป้าเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน 53% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า พร้อมเร่งยกระดับเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์
คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เผยแพร่แผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนระยะ 5 ปี ซึ่งระบุว่า การใช้พลังงานหมุนเวียนควรเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 พันล้านตันเทียบเท่าถ่านหินภายในปี 2573 จาก 1.18 พันล้านตันเทียบเท่าถ่านหินในปี 2568 สอดคล้องกับเป้าหมายที่รัฐบาลจีนกำหนดให้เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานที่ไม่ใช่เชื้อเพลิงฟอสซิล
นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังได้กำหนดเป้าหมายหลายประการเพื่อเพิ่มความมั่นคงของพลังงานหมุนเวียน โดยพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากระบบกักเก็บพลังงาน จะต้องสามารถผลิตไฟฟ้าได้คิดเป็น 20% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีคของฤดูร้อนและฤดูหนาว เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ประมาณ 10%
ขณะเดียวกัน จีนยังตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพื่อรองรับช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เป็น 300 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายกำลังการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่รัฐบาลประกาศไว้ก่อนหน้านี้
สำหรับเป้าหมายเพิ่มเติมภายในปี 2573 จีนจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเป็น 6 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง จาก 4 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงในปี 2568 โดยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและแสงอาทิตย์จะเพิ่มเป็น 4 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง จาก 2.3 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งผลให้สัดส่วนไฟฟ้าจากทั้งสองแหล่งคิดเป็น 30% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
ในส่วนของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนรูปแบบใหม่ จีนตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบรวมความร้อน เป็น 15 กิกะวัตต์ จาก 1.82 กิกะวัตต์ ณ สิ้นปี 2568 และเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางทะเลเป็น 400 เมกะวัตต์ จากระดับที่ยังมีอยู่น้อยมากในปัจจุบัน
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปนัยดา ปัทมโกวิท





