ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (24 ก.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมทั้งข่าวรัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่จาก 60 ประเทศทั่วโลก
- ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,584.25 จุด ลดลง 838.35 จุด หรือ -1.26%
- ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,932.50 จุด ลดลง 278.31 จุด หรือ -1.10%
- ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,853.63 จุด ลดลง 23.15 จุด หรือ -0.60%
- ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.58%
- ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.47%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (23 ก.ค.) หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียสองลำในทะเลแดง ส่งผลให้ภาวะชะงักงันของอุปทานน้ำมันทั่วโลกทวีความรุนแรงขึ้น
ด้านรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่กับสินค้าที่นำเข้าจาก 60 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ในอัตราระหว่าง 10%-12.5% โดยรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่ามาตรการเหล่านี้เป็นการลงโทษประเทศต่าง ๆ ที่ปล่อยให้มีการใช้แรงงานบังคับ ซึ่งสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า หลังจากที่มีการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี ค.ศ. 1974 แล้วพบว่า ประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ โดยมาตรการเรียกเก็บภาษีครั้งใหม่นี้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันนี้ (24 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับเวลา 11.01 น.ตามเวลาไทย
สำหรับประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่จากทั้งหมด 60 ประเทศที่เผชิญกับอัตราภาษี 12.5% นั้น รวมถึงไทย เวียดนาม และจีน
ส่วนอัตราภาษีที่ต่ำกว่าซึ่งอยู่ที่ 10% นั้น ถูกนำมาใช้กับ 17 ประเทศที่มีกฎหมายบางประการห้ามการใช้แรงงานบังคับ ได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา ตรินิแดดและโตเบโก และสหราชอาณาจักร
ขณะที่ประเทศคู่ค้าอีก 5 แห่ง ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์ จะต้องถูกเก็บภาษีเพิ่มเติมให้เป็น 10% หรือ 12.5% เมื่อรวมกับอัตราภาษีศุลกากรสำหรับประเทศที่ได้รับความอนุเคราะห์สูงสุด (MFN)
นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียยังถูกกดันจากความกังวลว่า การที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ได้ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไปกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้น จะสร้างผลตอบแทนได้เพียงพอหรือไม่
บริษัท อัลฟาเบท (Alphabet) เปิดเผยว่า การใช้จ่ายด้านทุน (Capex) ในไตรมาส 2/2569 พุ่งขึ้น 100% แตะที่ระดับ 4.49 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลข Capex ในปีงบการเงิน 2569 ขึ้นเป็น 1.95-2.05 แสนล้านดอลลาร์จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 1.80-1.90 แสนล้านดอลลาร์
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นอัลฟาเบทร่วงลง 7% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี โดยทางบริษัทกำลังทุ่มเม็ดเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อให้ทันต่อความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข





