DELTA เปิดผลประกอบการไตรมาส 2/69 ยอดขายโต 46.5%YoY แต่ส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่ม AI ส่วน EV ชะลอตัว กำไรสุทธิพุ่ง 31.3%YoY แต่เทียบกับไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ ร่วง 33.1% รับผลกระทบการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้กดดันราคาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และมีการต้้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม รวม Global Tax ถึง 1,032 ลบ. อีกทั้งค่าลิขสิทธิ์บริษัทแม่ไต้หวันสูงขึ้น
บอร์ด DELTA อนุมัติสร้างโรงงานใหม่แทนโรงงานเดิมที่มีขีดจำกัดกำลังการผลิต ในนิคมฯบางปู วงเงินลงทุน 3,200 ล้านบาท แปลงโฉมสู่โรงงานอัจฉริยะ Delta Smart Manufacturing รองรับดีมานด์ระบบจ่ายไฟสมรรถนะสูง (AI Power) และระบบระบายความร้อนใน Data Center ยังเติบโต พร้อมซื้อเครื่องจักรใหม่และเก่า จากบริษัทในกลุ่มเดลต้า มูลค่า 1,252.34 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งอนุมัติซื้อเครื่องจักรเก่ามูลค่าราว 119 ล้านบาทจากโรงงานในซูโจวและอู๋หู ประเทศจีน เพื่อโอนย้ายการผลิตมายังประเทศไทย ลดความเสี่ยงจากความตึงเครียดการค้าระหว่าง จีน-สหรัฐ

*Q2/69 กำไรสุทธิพุ่ง 31.3%YoY แต่ QoQ ลดลง 33.1%ยอดขาย AI แบก
บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) [DELTA] เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานในไตรมาสสอง (เม.ย. – มิ.ย.) ของปี 2569 บริษัทมียอดขายสินค้าและบริการในไตรมาสนี้อยู่ที่ 65,191ล้านบาท ส่งมอบการเติบโตในระดับสูงร้อยละ 46.5 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และปรับตัวดีขึ้นร้อยละ 6.2 จากไตรมาสที่แล้ว
โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในสายธุรกิจเพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์และโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ยังคงมีโมเมนตัมการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง หนุนโดยอุปสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการนำ AI ไปใช้งานในวงกว้างก่อให้เกิดการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อการประมวลผลสมรรถนะสูง โดยกลุ่มผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีต่างเร่งเดินหน้าเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ AI อย่างต่อเนื่อง ส่งผลถึงปริมาณคำสั่งซื้อจำนวนมากท้้งระบบกำลังไฟ ระบบระบายความร้อนและการบริหารจัดการพลังงานดาต้าเซ็นเตอร์ รวมถึงโซลูชั่นโครงสร้างพ้ืนฐานดา้นเครือข่ายและเทคโนโลยีสารสนเทศกลุ่มผลิตภัณฑ์ระบบอัติโนมัติภาคอุตสาหกรรม และโซลูชั่นอาคารอัจฉริยะ ล้วนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่กลุ่มพลังงานยานยนต์ไฟฟ้ายังเผชิญสภาวะความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดโลกทำให้ยอดขายยังคงอ่อนตัว ท้ังนี้บริษัทฯ ได้เร่งขยายกำลังการผลิต และเปิดใช้งานอาคารโรงงานใหม่สองแห่งที่นิคมอุตสาหกรรมบางปูในไตรมาสนีัเพื่อรองรับแนวโน้มรายได้ขาขึ้น พร้อมคงมุมมองธุรกิจเชิงบวกบนหลักความระมัดระวังเพื่อสร้างเสถียรภาพในการดำเนินงาน ภายใต้ปัจจัยมหภาคที่กดดันห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีรวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ อัตราเงินเฟ้อและราคาพลังงาน
ส่วนกำไรข้้นต้นในไตรมาสนี้มีจำนวน 17,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 57.2 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวลดลงร้อยละ 10.3 จากไตรมาสที่แล้ว โดยบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้เกิดอุปสรรคในการขับเคลื่อนแผนการผลิต อันส่งผลถึงปริมาณสินค้าคงคลังที่ไม่สมดุลจากการผลิตและส่งมอบให้กับลูกค้าได้ไม่เต็มที่ โดยภาพรวมอัตรากำไรไตรมาสนี้มีปัจจัยกดดันจากราคาต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น และมีการต้้งสำรองสินค้าคงคลังเพิ่มเติม รวมถึงสัดส่วนการขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์มีอัตรากำไรต่างจากไตรมาสก่อน ท้้งนี้บริษัทฯ เร่งบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเพื่อบรรเทาสถานการณ์ซึ่งคาดว่าจะมีแนวโน้มคลี่คลายในไตรมาสถัดไป
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (รวมการวิจัยและพัฒนา) มีจำนวน 11,354ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.2 จากไตรมาสที่แล้ว และปรับตัวสูงข้ึนร้อยละ 88.8จากปีก่อนหน้าโดยมีสาเหตุจากค่าสิทธิจ่ายเพิ่มสูงขึ้นสอดคล้องกับการผลิตและแนวโน้มการขายสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีจากสิทธิบัตรของบริษัทแม่ในไต้หวัน
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีบันทึกค่าใช้จ่ายด้านการขายในส่วนภาษีศุลกากรภายใต้การเรียกเก็บของรัฐบาลสหรัฐ ส่งผลให้บริษัทฯ เกิดค่าใช้จ่ายอากรเพื่อส่งออกสินค้าภายใต้ข้อตกลงร่วมกันในการเรียกเก็บคืนจากลูกค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งจำนวนเงินส่วนนี้จะถูกบันทึกในรายได้ตามหลัก IFRS นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสนี้เพื่อรองรับการผลิตและส่งมอบสินค้าปริมาณสูงตามความต้องการของลูกค้า สำหรับค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มขึ้นตามทิศทางเชิงกล
ยุทธ์เพื่อขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน ท้้งนี้บริษัท ฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนการบริหารได้
ดี ส่งผลให้มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายประเภทดังกล่าวต่อรายได้รวมลดลงจากปีที่แล้ว
กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้มีจำนวน 6,114 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรร้อยละ 9.4 ซึ่งลดลงจากร้อยละ 11.4 ของงวดเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใชเ้ทคโนโลยีข้้นสูงรวมถึงอุปสรรคด้านการขาดแคลนวัตถุดิบส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้บริษัทฯ ได้มีการบันทึกรายการขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงอาคารโรงงาน พร้อมรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 526 ล้านบาท รายได้ค่าสิทธิ 388 ล้านบาท ร่วมกับรายได้ชดเชยการผิดสัญญาทางการค้าและรายได้อื่น ๆ รวมท้้งบันทึกประมาณการหนี้สินภาษีส่วนเพิ่ม 1,032 ล้านบาท ตามกฎการคำนวณภาษีเงินได้เสาหลักที่สอง (Pillar Two model rule) ที่ริเริ่มโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(OECD) ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 6,075 ล้านบาท เติบโตสูงร้อยละ 31.3 จากปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 9.3 แต่หากเทียบกับไตรมาสก่อนลดลง 33.1% หรือกำไรสุทธิ 9,081 ล้านบาท และกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.49 บาท เทียบกับ 0.37 บาทต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกนัของปีก่อน
*อัดงบ 3.2 พันลบ.สร้างรง.ใหม่รองรับคลื่น AI ,โยกฐานผลิตจากจีนมาไทย
DELTA แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท คร้ังที่5/2569เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569เรื่องการอนุมัติการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่แทนโรงงานที่มีอยู่เดิมในนิคมฯ บางปู จ.สมุทรปราการ ที่มีข้อจำกัดในการขยายกำลังการผลิตและใช้งานมายาวนาน
โรงงาน BP1 เป็นอาคาร 6 ช้้น ขนาดอาคารรวม 73,000 ตารางเมตรในนิคมฯ บางปูจ.สมุทรปราการ พร้อด้วย อาคารจอดรถ BP1-P: อาคารจอดรถ 6 ชั้น และโรงอาหาร 1 ช้้น ขนาดอาคารรวม 27,000 ตารางเมตร ในนิคมฯ บางปู จ.สมุทรปราการ มูลค่าประมาณ 3,200 ล้านบาท คาดวา่ จะเริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 4 ปี 2569 จะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2571
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษยังอนุมัติการซื้อเครื่องจักรกับบริษัทในกลุ่ม โดยมีมูลค่าสิ่งตอบแทนรวมประมาณ 1,252.34 ล้านบาท (หรือเท่ากับ 37.04ล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็นร้อยละ 1.189 ของสินทรัพย์สุทธิ(NA) ของบริษัทฯ ณ วันที่30 มิถุนายน 2569
โดยจะทำรายการในไตรมาส 4 ปี 2569 โดยเป็นเครื่องจักใหม่ มูลค่าสิ่งตอบแทนรวมประมาณ 946.09 ล้านบาท (หรือประมาณ 27.98ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีรายละเอียด ดังนี่
– การซื้อเครื่องจักรจากบริษัท Delta Electronics, Inc มูลค่าสิ่งตอบแทนประมาณ 68.97 ล้านบาท (หรือประมาณ 2.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เท่ากับราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ
– การซื้อเครื่องจักรจากบริษัท Delta Electronics Int’l (Singapore) Pte. Ltd. มูลค่าสิ่งตอบแทนประมาณ 760.48ล้านบาท (หรือประมาณ 22.49ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เท่ากับราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ
– การซ้ือเครื่องจักรจากบริษัท Eltek Norway AS มูลค่าสิ่งตอบแทนประมาณ 116.64 ล้านบาท (หรือประมาณ 3.45ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เท่ากับราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ
โดยใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ เงื่อนไขการชำระเงินภายใน 70 วันหลังจากตรวจรับเครื่องจักร ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การผลิตของบริษัท ในการเปลี่ยนแปลงสู่โรงงานอัจฉริยะ Delta Smart Manufacturing ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิในการผลิตให้กับบริษัทฯ มากขึ้น
และการซื้อเครื่องจักรเก่า มูลค่าสิ่งตอบแทนรวมประมาณ 119.40 ล้านบาท (หรือประมาณ 3.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)โดยมีรายละเอียด ดังนี้
– การซื้อเครื่องจักรเก่าจากบริษัท Cyntec Electronics (Suzhou) Co., Ltd. มูลค่าสิ่งตอบแทนรวม 63.19 ล้านบาท (หรือประมาณ 1.87ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งราคาดังกล่าวเป็ นราคาที่เท่ากับราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ
– การซื้อเครื่องจักรเก่าจากบริษัท Cyntec Electronics (Wuhu) Co., Ltd. มูลค่าสิ่งตอบแทนรวม 56.21 ล้านบาท (หรือประมาณ 1.66ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เท่ากับราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ
การซื้อเครื่องจักรเก่าดังกล่าวเป็นการรับโอนเครื่องจักรมาผลิตในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการให้ย้ายการผลิตมาจากประเทศจีนมายังประเทศไทยของกลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนอิเล็ก ทรอนิกส์(CPBG) ซึ่งจะส่งผลให้บริษัท ฯ มียอดคำสั่งซ้ือในกลุ่มผลิตภัณฑ์ข้างต้นมากขึ้น โดยใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัท เงื่อนไขการชำระเงินภายใน 70 วันหลังจากตรวจรับเครื่องจักร คาดทำรายการในไตรมาส 4 ปี 2569
คณะกรรมการบริษัทฯ ยังได้อนุมัติการซื้อเครื่องจักรของบริษัทย่อยกับบุคคลเกี่ยวโยงจะทำรายการในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปี 2569 ได้แก่
1.การซื้อเครื่องจักรของ Delta Electronics India Pvt. Ltd. (“DIN”) เป็นการซื้อเครื่องจักรใหม่จากบริษัท Delta Electronics Int’l
(Singapore) Pte. Ltd. มูลค่าสิ่งตอบแทนรวมประมาณ 54.59ล้านบาท (หรือเท่ากับ 1.61ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เท่ากับราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ
2.การซื้อเครื่องจักรของ Delta Electronics (Slovakia) s.r.o. (“Delta SK”) เป็นการซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์มูลค่าสิ่งตอบแทนรวมประมาณ 126.38ล้านบาท (หรือเท่ากับ 3.74ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
– การซื้อเครื่องจักรจากบริษัท Delta Electronics Int’l (Singapore) Pte. Ltd. มูลค่าสิ่งตอบแทนประมาณ 124.64ล้านบาท (หรือประมาณ 3.69ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งราคาดังกล่าวเป็ นราคาที่เท่ากับราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ
– การซื้ออุปกรณ์จากบริษัท Delta Electronics (Netherlands) B.V. มูลค่าสิ่งตอบแทนประมาณ 1.74ล้านบาท (หรือประมาณ 0.05ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เท่ากับราคาที่ประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ
3.การซื้อเครื่องจกัรของ Delta Energy Systems (Germany) GmbH (“DES”) เป็นการซื้อออุปกรณ์และเครื่องสำรองไฟฟ้า (battery cabinet) จากบริษัท Delta Electronics (Netherlands) B.V. โดยมีมูลค่าราคาซ้ือประมาณ 5.88 ล้านบาท
(หรือเท่ากับ 0.15ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมูลค่ารายการคำนวณจากราคาที่ตกลงกันระหว่างคู่สัญญา





