ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าย่อตัวผิดหวังงบ DELTA แย่กว่าคาด-น้ำมันร่วงกดดันกลุ่มพลังงาน,ปิโตรฯ

นักวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้ย่อตัวลงจากหุ้น DELTA ถ่วงตลาดหลังงบไตรมาส 2/69 ออกมาแย่กว่าคาดมาก แม้ Sentiment ตลาดหุ้นโลกดีขึ้นหลังสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย หลังสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีการโจมตี ทำให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลง กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี ที่จะกลับมาถ่วงตลาดด้วย สัปดาห์นี้เกาะติดการประชุมเฟด-BoE-BOJ ให้แนวรับ 1,620 จุด แนวต้าน 1,650-1,660 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ คาดตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้น่าจะย่อตัวลงจากหุ้น DELTA ถ่วง เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาส 2/69 ออกมาแย่กว่าคาดมาก ทั้งที่ Sentiment ตลาดหุ้นโลกดีขึ้นจากช่วง 2 วันที่ผ่านมา สถานการณ์ตะวันออกกลางไม่มีการโจมตีเพิ่มเติม

แต่บ้านเรารับผลกระทบจาก DELTA อีกทั้งกลุ่มพลังงาน กลุ่มปิโตรเคมี ที่จะกลับมาถ่วงตลาดได้จากราคาน้ำมันลดลง จากสัปดาห์ที่แล้วปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ดียังต้องติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นผันผวน

บล.ทิสโก้ ปรับคำแนะนำ DELTA จาก”ถือ” เป็น “ขาย” และปรับลดราคาเป้าหมายจาก 305 บาท เป็น 268 บาท

ในสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามการประชุมธนาคารกลาง ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) 28-29 ก.ค. , ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)

พร้อมให้แนวรับ 1,620 จุด แนวต้าน 1,650-1,660 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (24 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่  51,947.25 จุด เพิ่มขึ้น 235.60 จุด หรือ +0.46%   , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,411.98 จุด เพิ่มขึ้น 3.68 จุด หรือ +0.05%   และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่  24,975.82 จุด ลดลง 161.87 จุด หรือ -0.64% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ  65,164.98 จุด เพิ่มขึ้น 553.83 จุด หรือ +0.85% , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ  24,993.77 จุด เพิ่มขึ้น 30.54 จุด หรือ + 0.12%, ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ  3,808.90 จุด ลดลง 5.30 จุด หรือ -0.14% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 1.22% 

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (24 ก.ค. )  1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.36 จุด (+0.20%) มูลค่าซื้อขาย 89,284.96 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (24 ก.ค.) 3,347.22  ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (24 ก.ค.)ร่วงลง 2.88 ดอลลาร์ หรือ 3.12% ปิดที่ 89.31 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่เพิ่มขึ้น 8.27% ในรอบสัปดาห์นี้ 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (24 ก.ค.) อยู่ที่ 28.82 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.57 แข็งค่าสอดคล้องภูมิภาค รับข่าวสหรัฐฯ หยุดโจมตีอิหร่าน คาดกรอบวันนี้ 33.50-33.75

– จับตา “3 สงคราม” เขย่ากดดันเศรษฐกิจไทย สหรัฐเปิดเกม “สงครามการค้ารอบใหม่” ไทยเจอสหรัฐเก็บภาษีมาตรา 301 อัตรา 12.5% เท่ากับ “เวียดนาม-จีน” ขณะที่ “มาเลเซีย-อินโดฯ” โดน 10% พาณิชย์แจงสินค้าไทยกว่า 2,000 รายการ ที่ส่งออกไปสหรัฐได้รับยกเว้นภาษี บล.เอเซีย พลัส เตือนไทยเสี่ยงโดนหางสงครามเทคฯ จับตาตะวันออกกลางปะทุน้ำมันดิบพุ่งแตะ 100 เหรียญต่อบาร์เรล “ดร.พิพัฒน์ KKP” วิเคราะห์เกมสหรัฐเพิ่มเงื่อนไขบีบไทยให้เร่งเซ็น “ART” ข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน คลังยอมรับครึ่งปีหลังเผชิญ 3 ปัจจัยเสี่ยงใหญ่ 

– ค่ายรถจัดทัพกระตุ้นตลาดไตรมาสสาม พร้อมระเบิดศึกงานคาร์โชว์ “บิ๊ก มอเตอร์เซล” กลางเดือน ส.ค. “ฮอนด้า” ส่งรุ่นใหม่ Super ONE EV ลุยตลาด “โตโยต้า” ไมเนอร์เชนจ์ “อัลพาร์ด-เวลไฟร์” พร้อมทุ่มแจก 470 ล้านบาท จัดแคมเปญเดือดทั้งในงานและหลังงาน เช่นเดียวกับหลายค่ายรถ ด้าน ส.อ.ท. เผยยอดขายรถ 6 เดือนตลาดยังโต พร้อมตั้งข้อสังเกตุค่ายรถนำเข้า EV สูงกว่าผลิตในประเทศ 

– รับเหมาวิกฤตหนัก ขาดสภาพคล่อง แบงก์ปิดประตูปล่อยกู้เพิ่ม งานรวน ปรับแผน จับตาสะเทือนบิ๊กโปรเจ็กต์ศูนย์ราชการมหาดไทยแห่งใหม่ ย่านเจริญนคร มูลค่ากว่า 5.5 พันล้าน กรรมาธิการงบประมาณจี้ถาม เหตุช้าผิดปกติ ปลัดมหาดไทยยอมรับ ปัญหา ผู้รับเหมาหลักมีปัญหาเรื่องเงิน “เพาเวอร์ไลน์ฯ” ดิ้นขอสินเชื่อใหม่ 

– บ้านมือหนึ่ง-บ้านมือสองประคองตัวจากเศรษฐกิจชะลอ กำลังซื้อหาย แบงก์ ไม่ปล่อยกู้ ครึ่งปีหลังแข่งเดือดระบายสต็อกโครงการใหม่จัดแคมเปญลดราคาดูดลูกค้าสะเทือนบ้านมือสอง ต้องลดราคาตาม เตือนโซนอันตรายลงทุน-ซื้อบ้านต้องระวัง 

– “สหรัฐ” งัดมาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ หลังมาตรา 122 หมดอายุแล้ว รอบนี้ “ไทย” โดน 12.5% ฟาก “ศุภจี” เดินหน้าเจรจาเพื่อปิดดีลข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน ขณะที่ “เอกนิติ” ลั่นผลกระทบไทยจำกัด เหตุสินค้าหลายกลุ่มได้ยกเว้น ส่วน “คลัง” อัพเป้าหมาย GDP ปีนี้เติบโต 2.5% จากเดิม 1.6% ขานรับส่งออกฟื้นตัว เม็ดเงิน FDI ครึ่งแรกพุ่ง 68.3% แตะระดับ 1.87 แสนล้านบาท 

– ก.ล.ต. กล่าวโทษ “สุภาพร พิมพงษ์” ปมเหตุ “หุ้นทิพย์” ต่อ บก.ปอศ.หลังตรวจพบการนำส่งแบบรายงานการถือครองหลักทรัพย์ (แบบ 59) และรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ที่มีข้อความอันเป็นเท็จ ทั้งที่ไม่ได้ถือครองหรือทำธุรกรรมหุ้นตามที่รายงาน ย้ำดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุน 

– “เอกนิติ” สรุปผลศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้ความคุ้มค่าต่ำ NPV พลิกติดลบ เสี่ยงภาระงบ ดันใช้ท่าเรือเดิมและรถไฟ Missing Link แทน เร่งเดินหน้ายกเครื่องเศรษฐกิจใหม่ ดัน BOI เน้นลงทุนคุณภาพ 

– “รัฐบาล” คุมเข้มลงทุน Data Center ป้องกันผลกระทบไฟฟ้า-น้ำ “บีโอไอ” ตั้งเกณฑ์คัดกรอง 4 มิติ เก็บเงิน ประกันไฟ 4.5 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ป้องกันกักตุนโควตา ดันแผน “Power & Water Map” กระจายลงทุนนอก EEC จ่อชง กฟผ.ขายไฟฟ้าตรงลดคอขวดสายส่ง กสทช.ลุย อัปเกรดไลเซนส์เทียบเท่าผู้ให้บริการโครงข่าย โทรคมนาคม ตั้งเกณฑ์โซนนิ่งพื้นที่ลงทุน 

– “เอดับบลิวเอส-กูเกิล คลาวด์” ระบุนโยบายพลังงาน ปัจจัยชี้ขาดลงทุนดาต้าเซนเตอร์ยุคเอไอ โดยเฉพาะการเข้าถึงไฟฟ้าสะอาด ความมั่นคงของระบบ ความต่อเนื่อง-กฎเกณฑ์ภาครัฐ ตัวแปรตัดสินใจลงทุนระยะยาวในไทย 

*หุ้นเด่นวันนี้

-KCE (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 45.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 2/69 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิ 237 ลบ.(+30%YoY, ทรงตัว QoQ) หนุนจาก GPM แข็งแกร่งและต้นทุนลดลง แม้กำไร FX อ่อนตัวลง QoQ รายได้และมาร์จิ้นฟื้นตัว รายได้คาดโต 5%YoY และ 5%QoQ จาก ASP และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น ตามอุปสงค์ PCB ฟื้น หนุน GPM ขยับเป็น 18.3% ครึ่งปีหลังเด่น คงแนะนำ”ซื้อ” คาดกำไร 2H69 โตทั้ง YoY และ QoQ จากอุปสงค์ตามฤดูกาลและการขึ้นราคา PCB ทั่วโลก พร้อมคงราคาเป้าหมาย 45 บาท

-ฺBJC (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 19.50 บาท คาดกำไรปกติไตรมา 2/69 แข็งแกร่ง 1.2 พันลบ. (+7%q-q, +15%y-y) หากรวมกำไรขายที่ดิน 1.6 พันลบ. กำไรสุทธิจะ +168%q-q , +186%y-y จากธุรกิจ Packaging ที่โตสูง พร้อมเริ่มรับรู้ MM Vietnam เต็มไตรมาส ชดเชย Big C ที่ SSSG ติดลบได้ เราปรับประมาณการกำไรปี 2569-2571 ขึ้น 6%/ 12%/ 14% สะท้อน packaging แกร่งกว่าคาด และรวม MM เข้ามาในครึ่งปีหลัง เราคาดกำไรปกติปี 2569 +5% y-y และเร่งตัว +9% y-y ในปี 2570  

TRUE:(ซีจีเอสฯ)  เราประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/2026 ของ True Corp ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 232% yoy และ 1% qoq เราคาดว่าต้นทุนการให้บริการในไตรมาส 2/2026 จะลดลง 47% yoy จากค่าใช้จ่ายโครงข่าย (network opex) ที่ลดลง (Take profit: 14.30 / Stop loss: 13.80)

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา คงขุนเทียน