ภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำสัปดาห์: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 529,138 ลบ.

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทย

ความเคลื่อนไหวในตลาดตราสารหนี้ไทยสัปดาห์นี้ (20 – 24 ก.ค. 69)สัปดาห์ก่อนหน้า (13 – 17 ก.ค. 69)เปลี่ยนแปลง (%)สะสมตั้งแต่ต้นปี (1 ม.ค. – 24 ก.ค. 69)
มูลค่าการซื้อขาย แบบปกติ – Outright Trading (ล้านบาท)529,138.25456,413.56+15.93%13,677,697.70
มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (ล้านบาท)105,827.6591,282.71+15.93%100,571.31
ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Gross Price index)106.56107.21–0.61%
ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (MTM Corp Bond Gross Price Index)108.77108.99–0.20%

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Gov Bond Yield Curve) –%

ช่วงอายุของตราสารหนี้1 เดือน6 เดือน1 ปี3 ปี5 ปี10 ปี15 ปี30 ปี
สัปดาห์นี้ (24 ก.ค. 69)0.850.880.951.281.62.122.713.18
สัปดาห์ก่อนหน้า (17 ก.ค. 69)0.850.880.941.251.512.032.593.13
เปลี่ยนแปลง (basis point)001399125

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (20 – 24 กรกฎาคม 2569)

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 529,138 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 105,828 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 16% ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 59% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 310,294 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (state Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 172,332 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 19,728 ล้านบาท หรือคิดเป็น 33% และ 4% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB27NA (อายุ 1.3 ปี) LB463A (อายุ 19.7 ปี) และ LB365A (อายุ 9.8 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 21,124 ล้านบาท 14,408 ล้านบาท และ 14,160 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รุ่น MINT313C (A+) มูลค่าการซื้อขาย 1,426 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) รุ่น LH285A (A) มูลค่าการซื้อขาย 962 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) รุ่น MINT291A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 835 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 3-12 bps. ทิศทางเดียวกับ US- Treasury หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ด้านปัจจัยต่างประเทศ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าจะยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับยาสามัญอีก 2 ปี ก่อนเริ่มเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 100% ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป พร้อมระบุว่าอัตราภาษีดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 200% ในระยะต่อไป ด้านผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันที่ 23 ก.ค. มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ระดับ 2.25% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ระดับ 2.65% ส่วนอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์อยู่ที่ระดับ 2.40% ตามการคาดการณ์ของตลาด โดย ECB มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

สัปดาห์ที่ผ่านมา (20 – 24 กรกฎาคม 2569) กระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 10,157 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (ST) (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 1,557 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (LT) (อายุมากกว่า 1 ปี) 8,597 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ 4 ล้านบาท

หมายเหตุ: อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรือ อันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้ ดัชนีหุ้นกู้เอกชน (Corp Bond Gross Price Index) เปลี่ยนเป็น ดัชนีหุ้นกู้เอกชน(MTM Corp Bond Gross Price Index) ตั้งแต่ ม.ค. 2565