
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.60-33.85 บาท/ดอลลาร์
โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 15 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกขยายวงกว้างไปไกลกว่าช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ปัจจุบันมีน้ำมันราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่ขนส่งผ่านเส้นทางซึ่งเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี
ขณะเดียวกัน สื่อรายงานว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดกว้างต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม หากเงินเยนที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ รายงานดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการส่งสัญญาณด้วยวาจาเพื่อช่วยพยุงค่าเงินเยน ด้านธนาคารกลางยุโรป (ECB) คงดอกเบี้ยที่ 2.25% ตามคาด และเปิดช่องไว้สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 6,491 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 10,058 ล้านบาท
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ BAY มองว่า ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% และอาจแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อมากขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และ BOJ จะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมสัปดาห์นี้เช่นกัน
อนึ่ง สหรัฐฯ ตัดสินใจพักการโจมตีอิหร่านหลังจากดำเนินการทางทหารต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 วัน และกองทัพอิหร่านส่งสัญญาณว่าจะงดการตอบโต้เป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ดี สถานการณ์ยังเปราะบาง โดยในภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ดูมีความพร้อมมากกว่าที่จะรับมือกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แรงขายเงินดอลลาร์จะเป็นไปอย่างจำกัด และหากราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่างประเทศยังอยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 69 เป็น 2.5% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.6% โดยได้รับแรงหนุนจากการค้า การลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ด้านกระทรวงพาณิชย์ รายงานมูลค่าส่งออกเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดนำเข้าขยายตัว 50.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 6.53 พันล้านดอลลาร์





