“ศรพล” นำทัพ กบข. เปิดแผนบริหารพอร์ต 1.5 ล้านลบ. ชูกลยุทธ์ “3 ออม” รับโจทย์ใหญ่สังคมสูงวัย

นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารกองทุน กบข. ว่า ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิกประมาณ 1.2 ล้านคน และมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ราว 1.5 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของสมาชิกประมาณ 5 แสนล้านบาท และอีกประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท เป็นเงินบัญชีสำรองที่บริหารให้กับภาครัฐ หรือกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นหลักประกันในการจ่ายบำนาญให้แก่ข้าราชการในอนาคต โดยเป้าหมายของบัญชีสำรอง คือ การคงระดับเงินให้ได้ประมาณ 3 เท่าของยอดจ่ายรายปี เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) อย่างมั่นคง

สำหรับสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร มูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านล้านบาทนั้น กบข. มีแนวทางในการบริหารจัดการ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้สมาชิกผ่านกลยุทธ์การออมอย่างเหมาะสม ออมเพิ่ม และออมต่อ โดยปัจจุบัน พบว่าตัวเลขสมาชิกออมเพิ่มสูงสุด 27% ของเงินเดือนสมาชิกเริ่มขยายตัวเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน กบข. ยังเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Data เพื่อเข้ามาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรม และจัดสวัสดิการเฉพาะบุคคล (Personalized) เพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกได้อย่างเหมาะสม รวมถึงศึกษาโมเดลบ้านพักข้าราชการเกษียณในต่างประเทศ หวังแก้โจทย์การเข้าสู่ช่วงสังคมสูงวัยในอนาคต

เลขาธิการ กบข. กล่าวอีกว่า กบข. ได้ให้ความสำคัญกับงาน 2 ด้านหลัก คือ การลงทุน และการบริการสมาชิก โดยพยายามผลักดันแนวคิด “3 ออม” เพื่อให้สมาชิกมีเงินเพียงพอหลังเกษียณ ประกอบด้วย

1. ออมอย่างเหมาะสม โดยส่งเสริมให้สมาชิกเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงและอายุของตัวเอง (Life Path) หรือเลือกแผนแบบ DIY เช่น หุ้นต่างประเทศ หุ้นไทย ทองคำ หรือแผนตามหลักศาสนา (ชาริอะฮ์)

“กบข. อยากให้สมาชิกมีการออมในความเสี่ยงที่เหมาะสมกับเขา บางคนอาจรับความเสี่ยงได้น้อย ก็ต้องประเมิน บางคนรับความเสี่ยงได้มาก ก็มีแผนให้เลือกได้” นายศรพล กล่าว

2. ออมเพิ่ม ปัจจุบันกฎหมายเปิดช่องให้สมาชิกออมเพิ่มได้สูงสุดถึง 27% ของเงินเดือนสมาชิก เมื่อรวมกับที่รัฐสมทบ และชดเชยอีกส่วนหนึ่ง จะทำให้มีเงินออมรวมสูงสุดถึง 30% ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความมั่งคั่งในวันเกษียณ

3. ออมต่อ โดย กบข. รณรงค์ให้สมาชิกที่เกษียณแล้วคงเงินออมไว้ให้ กบข. บริหารต่อ เพื่อป้องกันปัญหาการถูกหลอกลวงให้นำเงินไปลงทุนผิดประเภท หรือการใช้เงินก้อนหมดอย่างรวดเร็วหลังเกษียณ

ในด้านกลยุทธ์การลงทุนนั้น นายศรพล กล่าวว่า กบข. ใช้การจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation – SAA) โดยจะมีการทบทวนแผนการลงทุนทุก 3-5 ปี เพื่อกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ต่าง ๆ ทั้งหุ้น พันธบัตร และสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative) เช่น Private Equity และอสังหาริมทรัพย์ โดยในปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นในต่างประเทศ อาทิ ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นมาก

นอกจากนี้ กบข. มีแผนจะนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาใช้เพื่อสร้าง Insight ในการบริหารงาน ทั้งด้านการลงทุน และการจัดสวัสดิการให้ตรงใจสมาชิกมากขึ้น เช่น การทำแพ็กเกจสวัสดิการที่คัดสรรตามไลฟ์สไตล์ (Customized Welfare)

โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด