
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา เปิดเผยในวันจันทร์ (27 ก.ค.) ว่า เขาตัดสินใจระงับการโจมตีอิหร่านชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาอีกครั้ง แต่เตือนว่าหากการเจรจาล้มเหลว เขาอาจสั่งให้กลับมาใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios สำนักข่าวออนไลน์ของสหรัฐฯ ว่า “ขณะนี้เรากำลังเจรจากับอิหร่านอย่างจริงจังมาก หากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ เราจะกลับไปใช้ปฏิบัติการทางทหารที่รุนแรงอย่างยิ่ง”
เมื่อถูกถามว่าเขาพร้อมจะให้เวลากับการทูตนานแค่ไหน ทรัมป์ตอบว่า “ไม่นานนัก ถ้าไม่คืบหน้าอย่างรวดเร็ว ก็ยุติการเจรจา”
ทรัมป์กล่าวว่า เขาตัดสินใจระงับการโจมตีอิหร่านเมื่อวันศุกร์ (24 ก.ค.) เนื่องจากประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ได้ร้องขอให้สหรัฐฯ เปิดโอกาสให้มีการเจรจากับอิหร่านอีกครั้ง
ต่อมา ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า อิหร่านยอมเจรจาหลังจากกองทัพอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีของกองทัพสหรัฐฯ
“ผมคิดว่ามีโอกาสดีที่บางอย่างอาจเกิดขึ้น” ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันระหว่างเดินทางไปเข้าร่วมงานที่รัฐมิชิแกน “ถ้าเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าไม่เกิดขึ้น เราจะกลับไปทำสิ่งที่เราทำเมื่อสองวันก่อน”
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนทำเนียบขาวในวันนี้ (28 ก.ค.) โดยระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ และรัฐบาลอิสราเอลมีจุดยืนเกี่ยวกับอิหร่านที่สอดคล้องกันค่อนข้างมาก และมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่บ้างเพียงเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน ทรัมป์เน้นย้ำว่า ทรัพย์สินของอิหร่านที่สหรัฐฯ อายัดไว้ จะถูกนำมาใช้ชดเชยความเสียหายให้กับเรือที่ถูกโจมตีระหว่างเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยกล่าวว่า “เราจะใช้เงินของอิหร่านเพื่อชดใช้ความเสียหายที่อิหร่านก่อขึ้น”
โดย ปรียพรรณ มีสุข





