ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้าปรับลงรับแรงกดดันหุ้นเทคฯเอเชียร่วง-บอนด์ยีลด์พุ่งนิวไฮ-สงครามลุกลาม

นักวิเคราะห์ฯ ชี้แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลงรับ sentiment ลบแรงขายหุ้นเทคฯเอเชียกดดันกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA ที่อาจเผชิญมุมมองลบหลังงบต่ำคาด แต่ราคาน้ำมันดีดขึ้นดันกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมีช่วยพยุงไม่ให้ลงลึก ขณะที่สงครามตะวันออกกลางขยายวงกว้าง บอนด์ยีลด์ 30 ปีพุ่งทำนิวไฮกดดันตลาดหุ้น และแม้เฟดคงดอกเบี้ยแต่หากเงินเฟ้อสูงขึ้นอาจมีโอกาสปรับขึ้นดอกบี้ย 1-2 ครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง ให้กรอบแนวรับ 1,620 และ 1,610 จุด แนวต้าน 1,640 และ 1,650 จุด

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ ึคาดตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้มีโอกาสปรับตัวลง โดยในช่วงที่ตลาดบ้านเราปิดทำการ 28-29 ก.ค. หุ้นเทคโนโลยีเอเชียปรับตัวลงแรง กดดันหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA ที่จัดประชุมนักวิเคราะห์ เรามีมุมมองเป็นลบ และปรับคำแนะนำเป็น”ขาย” คาดตลาดก็น่าจะมีมุมมองเชิงลบเช่นกัน

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมาแรง ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีจะช่วยพยุงไมให้ตลาดลงลึก โดยคาดว่าจะแกว่ง Sideway down ซึ่งมองว่าหุ้นไทยยังมีความยืดหยุ่น

ขณะที่สงครามตะวันออกกลางขยายวงไปที่ซาอุดิอาระเบียและอิรัก อาจทำให้การเจรจาสันติภาพยากมากขึ้น ส่วนผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมติคงดอกเบี้ย แต่เสียงแตกด้วยมติ 9 ต่อ 3 เนื่องจากราคาน้ำมันขึ้นไปแรงส่งผลแนวโน้มเงินเฟ้อสูงขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปี (Bond Yield) ขึ้นมาที่ 5.2% ทำไฮใหม่จากช่วงก่อนเกิดวิกฤตซับไพรม์ กดดันตลาดหุ้น

วันนี้ให้ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE), ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/69 เบื้องต้นของสหรัฐ และ PCE ของสหรัฐด้วย

พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,620 และ 1,610 จุด แนวต้าน 1,640 และ 1,650 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (29 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่  51,594.14 จุด ลดลง 1,153.18 จุด หรือ -2.19%   , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,316.15 จุด ลดลง 112.63 จุด หรือ -1.52%   และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 24,442.94 จุด ลดลง 433.97 จุด หรือ -1.74% 

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 61,258.34 จุด ลดลง 175.85 จุด หรือ -0.29%   , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ  25,875.83 จุด เพิ่มขึ้น 67.91 จุด หรือ +0.26%   และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ  3,812.11 จุด ลดลง 16.36 จุด หรือ -0.42%   ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 1.35% 

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (27 ก.ค. ) 1,624.47 จุด ลดลง 19.92จุด (-1.21%) มูลค่าซื้อขาย 88,483.62    ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (27 ก.ค.) 1,698.17   ล้านบาท

– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (29 ก.ค.)พุ่งขึ้น 5.20 ดอลลาร์ หรือ 6.56% ปิดที่ 84.46  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (29 ก.ค.) อยู่ที่ 29.4 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.47 แนวโน้มผันผวน รอความชัดเจนตอ.กลาง-ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ-ประชุม BoE 

– คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติ 9-3 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันนี้ (29 ก.ค.) ตามการคาดการณ์ของตลาด 

– ณ เวลา 21.28 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.626% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.106% ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 64.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมคืนนี้ 

– “คลัง” เร่งปรับเกณฑ์ TISA วางรากฐานยืดหยุ่น-ปรับเปลี่ยนได้ ตอบโจทย์โลกการเงินยุคใหม่ ย้ำอัตราภาษีเดียวเท่าเทียมกัน จ่อประกาศเกณฑ์ ก.ย.นี้ บังคับใช้ ม.ค. 70 

– TSD เปิดข้อมูลผู้ใช้งาน Investor Portal ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทบผู้ลงทุน 200,000 ราย จากทั้งหมด 5 ล้านราย ยืนยันไม่มีข้อมูลการถือครองหุ้นพอร์ตลงทุนหรือธุรกรรมรั่วไหล พร้อมยกระดับมาตรการไซเบอร์ ประสานตำรวจไซเบอร์ติดตามผู้ก่อเหตุ ฟาก “อัสสเดช” ต้องขอโทษผู้เกี่ยวข้องและเจ้าของข้อมูลที่รั่วไหล ยืนยัน “ยังไม่เกิดความเสียหาย” ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อ “ไม่กระทบต่อการซื้อขายหุ้น” เหตุไม่ได้สามารถเข้าถึงรหัสผ่านหรือข้อมูลสำคัญที่ใช้ทำธุรกรรมทางการเงินและซื้อขายหลักทรัพย์ได้ 

– สคส.ลุยสอบข้อมูลรั่ว “หมอพร้อม-TSD” หลังพบผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก พร้อมเรียกหลักฐานเพิ่มประเมินความเสียหายและมาตรการคุ้มครองข้อมูล ขณะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตือนหน่วยงานที่เชื่อมโยงฐานข้อมูลธุรกิจต้องไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 

– กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้า สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย และการปรับปรุงนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตั้งแต่ 24–31 ก.ค. 69 

– “สรรเพชญ” เดินหน้าผลักดันโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ ช่วง “ชุมพรท่าเรือระนอง” วงเงินกว่า 2.7 หมื่นล้าน ชี้เป็นจุดเชื่อม Missing Link เชื่อมรถไฟสายหลักสู่ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน เร่ง EIA ปักธงเปิดประมูลได้ปี 2570 

*หุ้นเด่นวันนี้

SJWD (ฟินันเซียไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.30 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 2/69 ที่ 337 ลบ. +26%q-q, +18%y-y สูงสุดในรอบ 5 ไตรมาสและใกล้แตะจุดสูงสุดตั้งแต่ควบรวมกับ SCGL โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจขนส่งคลังสินค้า และโลจิติกส์ในต่างประเทศ คาดอัตรากำไรจะขยายตัวต่อเนื่อง จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ downside ต่อประมาณการมีจำกัด แม้เข้าสู่ช่วง low season ในไตรมาส 3/69 ด้าน Valuation ยังถูก เทรด PER 13.5 เท่าและให้ Dividend Yield 4.4%

-KTB (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 47.00 บาท คาดกำไรไตรมาส 3/69 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เติบโต qoq credit cost คาดลดลง รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้นจาก NIM ซึ่งเริ่มทรงตัวในไตรมาส 3/69 ควบคู่การเติบโตของสินเชื่อ QoQ คาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จะปรับลดลง คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง มีโอกาสปรับลด  coverage ratio เพื่อสนับสนุนการเติบโตของกำไรในอนาคต อีกทั้งยังคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลโดดเด่นที่ 6.4-6.6% ในปี 69-70

– HMPRO  (พาย) ราคาเป้าหมาย 7.50  บาท ทิศทางกำไรที่มีแนวโน้มกลับมาโต YoY ต่อเนื่องใน H2/69 หนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นจากสินต้า House Brands 

โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ศศิธร ซิมาภรณฺ์

ข่าวล่าสุด