
ทำไมหลายปัญหาในสังคมจึงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนผู้คนเริ่มชินชา?
คำตอบส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่ “วิธีการเล่าเรื่อง” เมื่อเกิดวิกฤตหรือเหตุร้าย เรามักพุ่งเป้าไปที่การหาตัวผู้กระทำผิด หรือความประมาทของบุคคล แล้วจบลงด้วยการลงโทษเฉพาะหน้า แต่กลับมองข้ามหรือปล่อยให้ปัจจัยเชิงระบบและช่องโหว่เชิงโครงสร้างซ่อนอยู่ต่อไป
ตัวอย่างที่สะท้อนปัญหานี้ได้ชัดเจน คือ การรายงานข่าวอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งนพ. ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ได้นำเสนอมุมมองดังกล่าวในงานสัมมนาวิชาการหัวข้อ “Unlocking Road Safety มองลึกปัจจัยเสี่ยง เล่าเรื่องเปลี่ยนสังคม” จัดโดยสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ พร้อมชวนสังคมไทยปรับกรอบความคิดจากการพุ่งเป้าหาผู้กระทำผิด ไปสู่การทำความเข้าใจต้นตอความเสี่ยงเชิงระบบ เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมและผลลัพธ์เชิงนโยบาย
มุมมองสังคมไทย VS มุมมองสากล
นพ.ธนะพงศ์เผยว่า ในปี 2568 เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 16,078 เหตุการณ์ และหลายเหตุการณ์มีรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน ทำให้สังคมไทยส่วนใหญ่มักมองเป็นเรื่องของความประมาทหรือขาดจิตสำนึก
มุมมองดังกล่าวอาจทำให้มองข้ามปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ความเคยชิน ข้อจำกัดร่างกาย เช่น สายตา สมอง ความสามารถในการจดจ่อ และวัย รวมถึงสภาพถนน การออกแบบระบบจราจร มาตรฐานยานพาหนะ และการบังคับใช้กฎหมาย
ขณะที่ในมุมมองสากลจะยอมรับว่ามนุษย์มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้เสมอ (Human Error) จึงจำเป็นต้องมีระบบและหน่วยงานรับที่ผิดชอบเข้ามาอุดช่องโหว่และหาต้นตอของปัญหา เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำแทนการเน้นจับกุมหรือลงโทษรายบุคคลเพียงอย่างเดียว
ดังนั้นแนวคิดสำคัญของความปลอดภัยทางถนนยุคใหม่ คือการยอมรับว่ามนุษย์สามารถทำผิดพลาดได้ และต้องมีระบบที่ช่วยป้องกันหรือลดผลกระทบจากความผิดพลาดเหล่านั้น เช่น ระบบแจ้งเตือนนิรภัย หรือระบบตรวจซ้ำ (Double-Check) เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนที่อาจนำไปสู่ความเสียหาย
Swiss Cheese Model เครื่องมือสื่อสารเพื่อหา “เจ้าภาพตัวจริง”
ในมิติของการนำเสนอข่าวหรือทำสื่อ นพ.ธนะพงศ์ได้อ้างอิงแนวคิด “Swiss Cheese Model” มาใช้เป็นเครื่องมือเล่าเรื่องในการเปลี่ยนกรอบความคิดสังคม จากการตั้งคำถามว่าใครผิด ไปสู่การสืบค้นว่าระบบส่วนไหนยังมีช่องโหว่ เพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว
แนวคิดนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงในหลายระดับ ตั้งแต่
- การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Action) เช่น พฤติกรรมการขับขี่ที่เพิ่มความเสี่ยง
- เงื่อนไขที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Condition) เช่น ปัจจัยด้านถนน ยานพาหนะ หรือสภาพแวดล้อม
- เจ้าภาพหรือหน่วยงานกำกับดูแล (Accountability) ที่ต้องรับผิดชอบต่อการจัดการความเสี่ยงในระบบ

สื่อในฐานะตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง
การมองปัญหาในระดับระบบ จะช่วยให้สังคมเห็นต้นเหตุที่แท้จริง และออกแบบมาตรการป้องกันได้มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหลังเกิดเหตุ อีกทั้งยังสร้างความรับผิดชอบร่วมกันผ่านการค้นหาผู้ที่มีบทบาทในการกำกับดูแล การตั้งคำถามต่อมาตรฐานและกระบวนการทำงาน รวมถึงดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดความเสี่ยง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ความเหลื่อมล้ำ หรือปัญหาสังคมด้านอื่น ๆ การเล่าเรื่องที่จะสร้างแรงกระเพื่อมได้จริง ต้องหลุดพ้นจากความเคยชินของการนำเสนอข่าวแบบเดิม ๆ
หน้าที่ของนักเล่าเรื่องยุคใหม่ จึงไม่ใช่แค่การเล่าว่า เกิดอะไรขึ้น และใครต้องรับผิด แต่คือการพาคนในสังคมมองทะลุปรากฏการณ์เข้าไปเห็นโครงสร้างที่ครอบอยู่ เพื่อร่วมกันออกแบบระบบที่ปลอดภัย พร้อมนำสังคมหลุดพ้นจากความเคยชิน และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน
โดย ปวีธิดา อโนมกิติ/ปนัยดา ปัทมโกวิท





