
น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยทางถนน ตามแผนแม่บท พ.ศ. 2565–2570 โดยตั้งเป้าลดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุให้เหลือ 12 คนต่อประชากร 1 แสนคน เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานองค์การสหประชาชาติ
ล่าสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ลงนามความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลใบสั่งจราจรรูปแบบใหม่ ซึ่งปรับระบบตามแนวคำพิพากษาศาลปกครอง หลักนิติธรรม และมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย
โดยระบบใหม่นี้ จะเปิดให้ประชาชนเข้าถึง และตรวจสอบรายละเอียดใบสั่งของตนเองได้ชัดเจนก่อนชำระค่าปรับ ประกอบด้วย 1.สำเนาใบสั่ง 2.สำเนาหนังสือแจ้งเตือน 3.สำเนาหลักฐานการส่งไปรษณีย์ตอบรับ และ 4.ข้อมูลเจ้าพนักงานจราจรผู้ออกใบสั่ง
รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการปฏิบัตินั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เมื่อมีการออกใบสั่งแล้วผู้กระทำผิดยังไม่ชำระค่าปรับ เจ้าหน้าที่จะส่งหนังสือแจ้งเตือนตามกฎหมาย หากยังคงเพิกเฉย ข้อมูลจะถูกเชื่อมต่อไปยังกรมการขนส่งทางบก โดยกระบวนการทั้งหมด จะใช้เวลาประมาณ 60-90 วันนับจากวันที่ออกใบสั่ง
ทั้งนี้ หากประชาชนพบว่ามีใบสั่งค้างชำระ สามารถตรวจสอบและชำระค่าปรับผ่านนายทะเบียนขนส่งได้ทันที อย่างไรก็ตาม กรณีที่ต่อภาษีรถประจำปี แต่ยังไม่ได้ชำระค่าปรับใบสั่ง จะยังคงต่อภาษีได้ตามปกติ แต่จะยังไม่ได้รับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีหรือป้ายภาษีฉบับจริง จนกว่าจะดำเนินการชำระค่าปรับทั้งหมดให้เรียบร้อย
“การเชื่อมโยงระบบครั้งนี้ รัฐบาลมุ่งหวังให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสถิติอุบัติเหตุที่ยังคงอยู่ในระดับสูงจากการขาดวินัยจราจร พร้อมทั้งช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ขับขี่ เสริมสร้างวินัยจราจรอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวบนท้องถนน” น.ส.พลอยทะเล ระบุ
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์




