ฮามาสตั้งเงื่อนไข ปลดอาวุธหนักต่อเมื่อมีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ก่อน

กลุ่มฮามาสแถลงในวันนี้ว่า ทางกลุ่มจะเริ่มปลดอาวุธภายใต้ข้อตกลงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศก่อนหน้านี้ ซึ่งกำหนดให้อิสราเอลต้องยุติการโจมตีและถอนกำลังทหารออกจากฉนวนกาซา ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญที่อาจนำไปสู่การยุติสงคราม แม้ว่าการนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริงอาจจะยังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญหลายประการ

อย่างไรก็ดี ฮามาสระบุว่า การปลดอาวุธหนัก ซึ่งจะเกิดขึ้นในขั้นตอนต่อไปนั้น มีเงื่อนไขว่าต้องมีการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลอิสราเอลชุดปัจจุบันคัดค้านอย่างหนักแน่น

อิสราเอลยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการต่อข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐเป็นตัวกลางและประกาศไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้ฮามาสปลดอาวุธและส่งมอบอำนาจให้แก่ฝ่ายบริหารปาเลสไตน์ ขณะที่อิสราเอลจะถอนกำลัง และจะมีการส่งกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศเข้าประจำการ

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงประสบภาวะชะงักงัน โดยอิสราเอลยืนยันว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการที่ฮามาสต้องปลดอาวุธก่อน ขณะที่ฮามาสกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงด้วยการยังคงโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง

การปลดอาวุธถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับฮามาส เนื่องจากกฎบัตรการก่อตั้งของกลุ่มได้เรียกร้องให้มีการต่อสู้ด้วยอาวุธเพื่อต่อต้านอิสราเอล และทางกลุ่มมองว่าอาวุธในครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นจรวด ขีปนาวุธต่อต้านรถถัง และวัตถุระเบิด ถือเป็นหัวใจสำคัญของทางองค์กร

ขณะเดียวกัน อิสราเอลไม่ต้องการถอนกำลังทหารจำนวนมากหรือยอมประนีประนอมเพิ่มเติมก่อนการเลือกตั้งในเดือนตุลาคม โดยนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กำลังเผชิญศึกเลือกตั้งที่หนักหน่วง หลังถูกฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่าล้มเหลวในการป้องกันเหตุโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นชนวนที่นำไปสู่การทำสงครามกับกลุ่มฮามาส

ในการประกาศข้อตกลงล่าสุด ปธน.ทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน และเมื่อการปลดอาวุธเสร็จสมบูรณ์ อิสราเอลจะถอนกำลังทหารออกจากฉนวนกาซา ขณะที่กองกำลังรักษาสันติภาพระหว่างประเทศจะทำงานร่วมกับกองกำลังตำรวจปาเลสไตน์ชุดใหม่ เพื่อดูแลรับผิดชอบให้ฉนวนกาซามีความปลอดภัยสำหรับประชาชนและประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ อาวุธทั้งหมดที่อยู่ในการครอบครองของตำรวจซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของฮามาส จะถูกโอนให้กับคณะกรรมการเทคโนแครตปาเลสไตน์ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งมีชื่อว่า คณะกรรมการบริหารฉนวนกาซาแห่งชาติ

ข้อตกลงยังระบุว่า กระบวนการปลดอาวุธ การจัดเก็บอาวุธหนัก การยุติฐานการผลิตอาวุธ และการปิดอุโมงค์ของฮามาส จะเริ่มขึ้นหลังจากคณะกรรมการปาเลสไตน์เดินทางมาถึง และหลังจากกองกำลังนานาชาติเข้าประจำการ โดยกระบวนการดังกล่าวจะเชื่อมโยงกับการถอนกำลังทหารของอิสราเอลจากพื้นที่ต่าง ๆ ของฉนวนกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุม

ปัจจุบัน อิสราเอลควบคุมพื้นที่ประมาณ 60% ของฉนวนกาซา ซึ่งส่วนใหญ่ถูกทำลายอย่างหนักและแทบไม่มีประชาชนอาศัยอยู่ ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ราว 2 ล้านคน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เหลือ โดยหลายแสนคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในค่ายพักพิง ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก

เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งกล่าวว่า จะไม่มีการถอนกำลังของอิสราเอลจนกว่ากลุ่มติดอาวุธจะปลดอาวุธและฉนวนกาซาจะถูกปลดจากสภาพพื้นที่ทางทหาร

เมื่อวันพฤหัสบดี เจ้าหน้าที่สหรัฐและเจ้าหน้าที่คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ได้แสดงมุมมองในเชิงบวกอย่างมากต่อข้อตกลงดังกล่าว

ทั้งนี้ การส่งมอบอาวุธหนัก รวมถึงการรื้อถอนอุโมงค์และโครงสร้างพื้นฐานทางทหารอื่น ๆ ของฮามาส จะเกิดขึ้นในระยะต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่คณะกรรมการสันติภาพรายหนึ่งระบุว่า อาจใช้เวลานานถึง 200-350 วัน

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ