World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

  • ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นกว่า 100 จุดในช่วงเช้าวันนี้ (3 ส.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงลง ท่ามกลางสัญญาณบ่งชี้ว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจคลี่คลายลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน และกล่าวว่าการเจรจากับอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้

ณ เวลา 07.07 น.ตามเวลาไทย ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้น 172 จุด หรือ +0.33% แตะที่ 52,807 จุด

  • ราคาน้ำมันดิบร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ (3 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน และกล่าวว่าการเจรจากับอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 4.5% แตะระดับ 80.89 ดอลลาร์/บาร์เรล และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 4.4% แตะระดับ 84.10 ดอลลาร์/บาร์เรล

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้ (3 ส.ค.) พร้อมระบุว่าซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์ ได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน เนื่องจากเชื่อว่าจะมีข้อตกลงเกิดขึ้น

“มีข้อตกลงเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ และจากนั้นก็จะมีข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์ หรือที่คุณอาจเรียกว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านก็ได้” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันในวันอาทิตย์ (2 ส.ค.) ระหว่างเดินทางไปยังฐานทัพอากาศร่วมแอนดรูวส์

ปธน.ทรัมป์อ้างว่าอิหร่านได้ขอให้สหรัฐฯ ยกเลิกแผนการโจมตีเช่นกัน พร้อมกับกล่าวว่า “สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ คือการพูดคุยกับพวกเขาในรูปแบบของการเจรจา”

  • เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าว Axios ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ไฟซาล บิน ซัลมาน อัล ซาอูด มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีของซาอุดีอาระเบีย ได้ทรงพูดคุยทางโทรศัพท์กับปธน.ทรัมป์เมื่อวันเสาร์ (1 ส.ค.) โดยทรงแสดงความกังวล และทรงขอความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการดำเนินการต่ออิหร่าน

นอกจากนี้ ปากีสถาน, กาตาร์, UAE, ตุรกี และประเทศอื่น ๆ ต่างก็เรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิหร่าน ลดความตึงเครียด และหลีกเลี่ยงไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลาย

  • กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ได้บรรลุข้อตกลงในหลักการที่จะเพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันขึ้นอีกเล็กน้อยสำหรับเดือนกันยายน โดยชาติสมาชิก 7 ราย นำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย มีแนวโน้มจะเห็นชอบร่วมกันในการปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตรวมขึ้นอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวคาดว่าจะเปิดทางให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้นเมื่อสงครามในตะวันออกกลางยุติลง โดยจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้ซาอุดีอาระเบียสามารถขยายกำลังการผลิตได้ทันทีเมื่อการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะเข้ามาช่วยเติมเต็มคลังน้ำมันสำรองของโลกที่กำลังลดลงอย่างหนัก

  • สื่อท้องถิ่นของอิตาลีรายงานว่า จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี เผยเมื่อเย็นวันศุกร์ (31 ก.ค.) ว่ารัฐบาลได้ตัดสินใจระงับสิทธิการเดินทางเสรีเชงเก้น (Schengen) ทั้งทางทะเลและทางอากาศกับสเปนชั่วคราว พร้อมทั้งกลับมาใช้มาตรการตรวจสอบชายแดนอีกครั้ง โดยมติดังกล่าวมีขึ้นหลังจากรัฐบาลได้ประเมินสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการอพยพเข้าเมืองและความมั่นคงชายแดน ภายหลังมีผู้อพยพจากโมร็อกโกจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่เซวตา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ

รายงานระบุว่า อิตาลีจะเริ่มใช้มาตรการควบคุมชายแดนทางทะเลและทางอากาศกับสเปนเป็นเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. พร้อมดำเนินการตรวจสอบตามท่าเรือและสนามบินภายในประเทศ โดยตำรวจชายแดนจะมุ่งเน้นตรวจสอบพลเมืองของประเทศที่สามที่เดินทางจากสเปนมายังอิตาลี เพื่อยืนยันว่าบุคคลดังกล่าวมีเอกสารที่ถูกต้องสำหรับการเดินทางภายในเขตเชงเก้นหรือไม่

  • องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ได้กลายเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยมีความรุนแรงแซงหน้าการระบาดใหญ่เมื่อช่วงปี 2561-2563 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รายงานสถานการณ์การระบาดโรคล่าสุดของ WHO ระบุว่า ณ วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (30 ก.ค.) คองโกรายงานพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ Bundibugyo จำนวน 3,605 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 1,587 ราย คิดเป็นอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 44%

สำหรับสถิติการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดก่อนหน้านี้ซึ่งเกิดขึ้นทางตะวันออกของประเทศระหว่างปี 2561 ถึง 2563 มียอดผู้ติดเชื้อยืนยันไว้ที่ 3,317 ราย

  • สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรปิดฉากการฝึกซ้อมทางทะเล Rim of the Pacific (Rimpac) ซึ่งใช้เวลานาน 5 สัปดาห์ เมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) โดยนับเป็นการฝึกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ท่ามกลางความกังวลต่อท่าทีทางทหารของจีนและการเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานว่า การฝึกครั้งนี้มี 30 ประเทศเข้าร่วม พร้อมกำลังพลราว 30,000 นาย มีการฝึกปฏิบัติการทางทะเลมากกว่า 500 ภารกิจ และภารกิจทางอากาศกว่า 2,400 เที่ยวบิน โดยกองเรือที่เข้าร่วมประกอบด้วย เรือบรรทุกเครื่องบิน Theodore Roosevelt ของสหรัฐฯ เรือพิฆาตติดตั้งระบบ Aegis ของญี่ปุ่น เรือรบของเกาหลีใต้ และเรือดำน้ำของแคนาดา

การขยายขนาดของ Rimpac มีขึ้นในช่วงที่จีนแสดงบทบาททางทหารเชิงรุกมากขึ้นในภูมิภาค ขณะที่เกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง

  • รัฐบาลรัสเซียประกาศสั่งห้ามการขุดคริปโทเคอร์เรนซีในกรุงมอสโก แคว้นมอสโก และบางพื้นที่ของแคว้นคูสค์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดการขาดแคลนกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยมติดังกล่าวได้รับการเผยแพร่บนเว็บไซต์ข้อมูลทางการของรัฐบาลเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.)

มาตรการดังกล่าวกำหนดให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. นี้ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2575 ครอบคลุมการขุดคริปโทเคอร์เรนซีในพื้นที่ที่กำหนดของกรุงมอสโก แคว้นมอสโก และแคว้นคูสค์

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกระทรวงพลังงานรัสเซียเตือนว่า การเชื่อมต่อเหมืองขุดคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นกิจการที่ใช้พลังงานไฟฟ้าปริมาณมาก เข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า อาจทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวไม่เพียงพอต่อความต้องการ

  • Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ประกาศระงับการใช้งานฟีเจอร์ใหม่สำหรับสร้างภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) บน Google Earth หลังพบว่าผู้ใช้สามารถนำเครื่องมือไปสร้างภาพถ่ายดาวเทียมที่ถูกดัดแปลง ซึ่งอาจขัดต่อแนวทางการใช้งานของบริษัท

ฟีเจอร์ดังกล่าวเพิ่งเปิดตัวเมื่อวันพฤหัสบดี (30 ก.ค.) โดยเปิดให้ผู้ใช้สร้างภาพมุมสูงเสมือนจริงจากข้อความ (Text Prompt) แต่ไม่นานก็เกิดข้อกังวลว่า ภาพที่ AI สร้างขึ้นอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาพถ่ายดาวเทียมจริง

ทั้งนี้ Google ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า บริษัทตัดสินใจยกเลิกการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวชั่วคราว เพื่อเพิ่มมาตรการป้องกันที่เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่า ภาพที่สร้างด้วย AI ไม่ได้ถูกนำไปแสดงบนแพลตฟอร์มหลักของ Google Earth

ความกังวลดังกล่าวถูกจุดขึ้นหลังจาก เฮงก์ ฟาน เอสส์ นักวิจัยด้านข่าวกรองจากเนเธอร์แลนด์ สาธิตว่า เครื่องมือนี้สามารถใช้สร้างภาพโรงงานนิวเคลียร์ปลอมในอิหร่านได้ พร้อมเตือนว่า ภาพภูมิทัศน์ที่ AI สร้างขึ้นซึ่งมีความสมจริงมากขึ้น อาจทำให้นักข่าว นักวิจัยด้านข่าวกรอง และผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง แยกแยะระหว่างภาพถ่ายดาวเทียมจริงกับภาพที่ถูกดัดแปลงได้ยากขึ้น

โดย รัตนา พงศ์ทวิช