
ชายแดนใต้ตึงเครียดต่อเนื่อง ตั้งแต่วานนี้ (2 ส.ค. 69) หลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ส่งผลให้ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บสาหัส 4 นาย ขณะที่เช้านี้ เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามซุ่มยิง สภ.ลำใหม่ จ.ยะลา ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวคนร้ายที่หลบหนีไปได้หลังก่อเหตุ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานว่า วันนี้ เวลา 07.55 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุยิงบริเวณด้านหลังสถานีตำรวจภูธรลำใหม่ ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังเข้าควบคุมพื้นที่โดยทันที พร้อมปิดกั้นจุดเกิดเหตุเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ตรวจสอบสถานการณ์ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินความเสียหาย และขยายผลการสืบสวน โดยหากมีความคืบหน้าหรือรายละเอียดเพิ่มเติม จะรายงานให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางหรือเข้าใกล้บริเวณพื้นที่เกิดเหตุจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้มีคำสั่งไปยังทุกสถานีตำรวจภูธร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุด โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคล และยานพาหนะทุกคันที่ผ่านจุดตรวจและด่านความมั่นคง อีกทั้งกำชับให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมเต็มกำลัง เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
ขณะที่วานนี้ (2 ส.ค. 69) ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนสงครามยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ 6 นาย ขณะเข้าปฏิบัติภารกิจตรวจสอบพื้นที่ภายในสวนปาล์ม บ้านกูบู หมู่ที่ 6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อสืบสวนหาข่าวบุคคลเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่อาจเข้ามาเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ การปะทะกันดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย
โดยล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ ตรวจพิสูจน์หลักฐาน รวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งติดตามผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลจากพยานหลักฐานและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 นาย ยังคงอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์อย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย ส.ต.ท.ไตรทศ กุลสันถวะศิริ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนบริเวณศีรษะ อาการสาหัส รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์, ด.ต.วรรณุชิต แซ่ค้อ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนบริเวณขาทั้งสองข้าง อาการสาหัส รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์, ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนเฉี่ยวบริเวณลำตัวด้านซ้าย รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตากใบ และ ด.ต.พรรณกิจ ศรีณะกิจจา ได้รับบาดเจ็บบริเวณลำตัว รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตากใบ
นอกจากนี้ จากการขยายผลภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยซึ่งอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ จำนวน 4 ราย เพื่อซักถามและตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากอาจเป็นผู้ที่มีข้อมูลหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยการดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยผู้ถูกควบคุมตัว ยังคงได้รับสิทธิตามกฎหมายทุกประการ และยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทั้ง 2 นาย ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ได้แก่ ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว และ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ อีก 4 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ นั้น ทาง ตร. จะดูแลด้านการรักษาพยาบาลอย่างใกล้ชิด และดีที่สุด
“ผบ.ตร. สั่งการให้เร่งดูแลสวัสดิการ ตลอดจนพิจารณาปูนบำเหน็จ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามระเบียบราชการอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อข้าราชการตำรวจ และทายาทของผู้เสียชีวิต และข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” โฆษก ตร. กล่าว
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดูแลสิทธิประโยชน์เบื้องต้นให้กับครอบครัวของ ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว จำนวน 3,278,560 บาท และครอบครัวของ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ จำนวน 3,079,130 บาท พร้อมปูนบำเหน็จความดีความชอบตอบแทนเป็นกรณีพิเศษให้กับทั้ง 2 นาย โดยขอเลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 10 ขั้น และเลื่อนยศสูงขึ้นเป็น “พล.ต.ต.”
สำหรับ ด.ต.วรรณุชิต แซ่ค้อ และ ส.ต.ท.ไตรทศ กุลสันถวะศิริ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดูแลสิทธิประโยชน์เบื้องต้น จำนวน 272,000 บาท ส่วน ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ, ด.ต.พรรณกิจ ศรีณะกิจจา ได้รับบาดเจ็บไม่สาหัส ได้รับการดูแลสิทธิประโยชน์เบื้องต้น จำนวน 32,000 บาท และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ตามหลักเกณฑ์อย่างเต็มที่ต่อไป
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





