
Cotality บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยรายงานวันนี้ (3 ส.ค.) ระบุว่า ราคาบ้านในออสเตรเลียปรับตัวลดลง 0.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยลดลงเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน และนับเป็นการลดลงรายเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2565 ขณะที่อัตราการเติบโตรายปีชะลอตัวลงเหลือ 5.3% จากระดับสองหลักในช่วงต้นปี
ราคาบ้านในออสเตรเลียปรับตัวลดลง โดยผลกระทบจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีใหม่นั้น ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง จนกลายเป็นวาระที่ธนาคารกลางจับตาอย่างใกล้ชิด
ราคาบ้านในนครซิดนีย์และเมืองเมลเบิร์นปรับตัวลดลงมากที่สุด โดยลดลง 1.4% และ 1.2% ตามลำดับ ส่งผลให้ราคาบ้านในทั้งสองเมืองปรับตัวลดลงมากกว่า 5% จากระดับสูงสุดครั้งล่าสุด ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเมืองเพิร์ทไม่มีการขยายตัวในเดือนก.ค.
เจอราร์ด เบิร์ก หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Cotality กล่าวว่า ข้อมูลในเดือนพ.ค. และมิ.ย. ได้รับการปรับทบทวนลดลงเช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงการชะลอตัวอย่างรวดเร็วของตลาด โดยเฉพาะในเมืองเอกขนาดกลาง
“เรายังสังเกตเห็นว่าจำนวนประกาศขายบ้านใหม่ออกสู่ตลาดน้อยลงเรื่อย ๆ ทั่วประเทศในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในซิดนีย์ เพราะผู้ขายหลายรายประเมินแล้วว่าตลาดยังอ่อนแอ เลยเลือกที่จะรอจังหวะให้สถานการณ์ดีขึ้นก่อน” เบิร์กกล่าว
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 3 ครั้งในปีนี้ โดยมิเชล บูลล็อก ผู้ว่าการ RBA ได้กล่าวถึงความอ่อนแอของภาคอสังหาริมทรัพย์หลายครั้งระหว่างการออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก PropTrack ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านปรับตัวลดลง 0.3% ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่สี่ โดยราคาบ้านในซิดนีย์ลดลง 0.6%
PropTrack ประเมินว่า นโยบายจำกัดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลมีส่วนกดดันความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ และอาจทำให้ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจจนกว่าราคาจะเริ่มทรงตัว
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





