THAI เด้งขึ้น 7.14% หรือเพิ่มขึ้น 0.40 บาท มาที่ 6.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 519.84 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.25 น. จากราคาเปิด 5.50 บาท ราคาสูงสุด 6.00 บาท ราคาต่ำสุด 5.50 บาท

บล.เคจีไอ คาดว่า บมจ.การบินไทย [THAI] กำไรครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นและต่อเนื่องในปี 70 หลังผ่านช่วงแย่ที่สุดไตรมาส 2/69 ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เรายังคงกังวลต่ออุปทานหุ้นจำนวนมากของ THAI ภายหลังการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (4 ส.ค.69) ซึ่งอาจกดดันราคาหุ้นลงแรงได้ ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ “ถือ” THAI ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท
คาดผลประกอบการไตรมาส 2/69 มีกำไรและใกล้เกียงกับที่เราเคยคาด แม้สภาพแวดล้อมจะได้รับผลลบจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และการท่องเที่ยวไทยชะลอตัว แต่เรายังคงมองแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 ของ THAI เชิงบวก โดยคาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรปกติที่ 192 ล้านบาท (-97.2% YoY และ -97.9% QQQ) ด้วย margin ที่ยังเป็นบวกจากประสิทธิภาพของกลยุทธการทำ hedging , การปรับขึ้นราคาบัตรโดยสาร และ การยกเลิกเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไร
ขณะที่คาดว่าบริษัทจะรับรู้กำไรจากรายการพิเศษสุทธิราว 1.1 พันลานบาท มาจากการกลับรายการภาษี ทำให้คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ที่ 1.29 พันล้านบาท (-89.3% YoY, -87.2% QoQ)
รายได้ไตรมาส 2/69 คาดเติบโต YoY แต่ชะลอตัว Q0Q จากสถิติการดำเนินงานของบริษัท โดยรายได้ในไตรมาส 2/69 คาดที่ 4.57 หมื่นล้านบาท (+5.5% YoY แต่ -8.1% Q0Q) ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) คาดลดลงเหลือ 29.1% จาก 44.8% ในไตรมาส 2/68 และ 49.0% ในไตรมาส 1/69 ถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินที่ทำ hedging ไว้ ซึ่งพุ่งพุ่งขึ้นถึง 73% YoY
เราคาดว่า THAI จะมีผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน (-15.6% YoY และ -9.1% QoQ) โดยมี load factor ราว 72% (จาก 83% ในไตรมาส 1/69) ทั้งนี้ THAI เน้นกลยุทธ์หลักในช่วงที่สภาวะตลาดท้าทายก็คือ การเน้น yield มากกว่าการเพิ่มปริมาณผู้โดยสาร ซึ่งสะท้อนตามการดำเนินกลยุทธ์ดามราคาที่เชิงรุกมากมากกว่าคู่แข่ง
ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินไตรมาส 2/69 พุ่งขึ้น ปัจจัยสำคัญที่สุดที่กดดันผลงานไตรมาส 2/69 ของ THAI คือ ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พูงขึ้นผิดปกติจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่บริษัทได้ป้องกันความเสี่ยงน้ำมันเชื้อเพลิงไวราว 50% ของปริมาณการใช้น้ำมันที่คาดในไตรมาส 2/69 ซึ่งช่วยลดผลจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งบริษัทยังได้ทำ hedging ไว้ราว 40% ของปริมาณการใช้น้ำมันที่คาดในครึ่งหลังปี 69F
ระยะเวลาห้ามขายหุ้นราว 75% จะสิ้นสุดลงใน 4 ส.ค. 69 ในระขะสั้น เรามองว่าความกังวลของแรงขายจากการปลดล็อกหุ้นครั้งใหญ่อาจกดดันราคาหุ้นลงรุนแรง โดยมีหุ้นสูงสุดถึง 1.98 หมื่นล้านทุนที่อาจเขาสู่ตลาด เพราะราว 75% ของทุนทั้งหมดที่เคยอยู่ในระยะเวลาหามขายหุนจะถูกปลดล็อกตังแต่ 4 ส.ค. 69
คงประมาณการกำไรปี 2569F และปี 2570F โดยกำไรปกติครึ่งปีแรก จะคิดเป็น 46.3% ของกำไรทั้งปีของเรา (ถือว่ายังใกล้เคียงกับที่เราคาดไว้) แม้จะได้รับผลลบจากความขัดแยงระหว่างสหรัฐฯ-อิหราน (เริ่มตังแต มี.ค.69) ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569F ที่ 1.99 หมื่นลานบาท (-35.6% YoV) และปี 2570F ที่2.18 หมื่นล้านบาท (+9.2% YoY)
โดย เสาวลักษณ์ อวยพร




