ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าดิ่งหนักในวันนี้ (3 ส.ค.) โดยนิกเกอิร่วงลงมากกว่า 2% ในช่วงสั้น ๆ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินเยนอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลประกอบการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่าง ๆ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่ หลังจากที่ดัชนีนิกเกอิทะยานขึ้นเกือบ 2,500 จุดในวันทำการก่อนหน้า
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดภาคเช้าที่ระดับ 63,240.51 จุด ลดลง 1,121.51 จุด หรือ -1.74%
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงชั่วคราวสู่กรอบล่างของระดับ 155 เยน จากกรอบบนของระดับ 157 เยนในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้ร่วมมือกันเข้าซื้อเงินเยนเพื่อแทรกแซงตลาดในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมส่งสัญญาณเตือนถึงการเข้าแทรกแซงเพิ่มเติม
หลังจากทางการโตเกียวและวอชิงตันออกมาระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้ดำเนินการแทรกแซงตลาดร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านปริวรรตเงินตราของญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินมาตรการต่อไปเพื่อสกัดกั้นความผันผวนที่มากเกินไปของเงินเยน
อัตสึชิ มิมูระ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่น กล่าวว่า การแทรกแซงค่าเงินครั้งล่าสุดนี้นับเป็น “การบรรลุความเป็นพันธมิตรด้านสกุลเงินระหว่างสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น อย่างสมบูรณ์” ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวหากจำเป็น
ขณะที่ ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น กล่าวว่า ทั้งสองประเทศ “จะไม่ลังเลที่จะเข้าแทรกแซงร่วมกันเพิ่มเติม”
ทาคูยะ คันดะ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัย Gaitame.com ให้ความเห็นว่า “การแทรกแซงตลาดเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือการซื้อเวลาเท่านั้น แต่การแทรกแซงร่วมกันจะเป็นหนทางที่ทำให้ผลของการแทรกแซงคงอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น”
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/ปนัยดา ปัทมโกวิท




