
นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น เปิดเผยในวันจันทร์ (3 ส.ค.) ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะนำเงินงบประมาณสำรองกว่า 2 หมื่นล้านเยน (130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มาใช้ในการช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในจังหวัดคุมาโมโตะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อเกือบสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทาคาอิจิเปิดเผยกับนักข่าวว่า ในวันนี้ (4 ส.ค.) คณะรัฐมนตรีจะอนุมัติการใช้วงเงินงบประมาณสำรองประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งมีมูลค่ารวมราว 1 ล้านล้านเยน ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 แมกนิจูดเมื่อวันอังคารที่แล้ว (28 ก.ค.) และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทาคาชิ คิมูระ ผู้ว่าราชการจังหวัดคุมาโมโตะ
นอกจากนี้ ทาคาอิจิ ยังกล่าวเสริมว่า รัฐบาลของเธอจะประกาศให้เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เป็น “ภัยพิบัติร้ายแรงเป็นพิเศษ” เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยได้รับเงินอุดหนุนในสัดส่วนที่สูงขึ้นสำหรับงานฟื้นฟูบูรณะ
“ด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะทำทุกวิถีทางที่รัฐบาลสามารถทำได้ เราจะตัดสินใจอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับสิ่งที่จะดำเนินการให้กับพื้นที่ประสบภัยและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเดินหน้าเชิงรุกเพื่อดำเนินมาตรการที่จำเป็นตามคำร้องขอที่เราได้รับมา” ทาคาอิจิกล่าว
ทั้งนี้ เพื่อประเมินความท้าทายและข้อเรียกร้องในระดับท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของผู้อพยพ และการเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ทาคาอิจิได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์อพยพในเมืองฮิกาวะ และพูดคุยกับผู้ประสบภัยในช่วงเช้าวันเดียวกัน
ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับโรคลมแดด (Heatstroke) และการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ณ ศูนย์อพยพ เนื่องจากอุณหภูมิในบางพื้นที่ของจังหวัดพุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียส เธอได้อธิบายว่า รัฐบาลจะเช่าห้องพักตามสถานบริการที่พักต่าง ๆ เพื่อรองรับการอพยพต่อไปยังสถานที่ที่มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกว่า
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยังได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจห้างสรรพสินค้าอิออน (Aeon) ในเมืองคาชิมะ ซึ่งเกิดเหตุระเบิดหลังแผ่นดินไหวไม่นานจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย รวมถึงสังเกตการณ์พื้นที่โรงงานของบริษัท นิปปอน เปเปอร์ อินดัสตรีส์ (Nippon Paper Industries) ในเมืองยัตสึชิโระ ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 9 รายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช





