SET ปิดภาคเช้า 1,620.87 จุด ลดลง 1.03 จุด (-0.06%) มูลค่าซื้อขายราว 46,312.32 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีกดดัน หลังราคาน้ำมันมีการปรับตัวลง และแรงขายหุ้น THAI จากปัจจัยเฉพาะตัว แต่มีแรงซื้อสลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มแบงก์ ไฟแนนซ์ และค้าปลีกหนุน อีกทั้ง Sentiment หนุนจาก Bond Yield ปรับตัวลง แนวโน้มตลาดหุ้นไทยช่วงบ่ายคาดแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ พร้อมให้แนวต้าน 1,635-1,640 จุด แนวรับ 1,610-1,615 จุด
ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดภาคเช้า 1,620.87 จุด ลดลง 1.03 จุด (-0.06%) มูลค่าซื้อขายราว 46,312.32 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าเคลื่อนไหวแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ แต่พลิกกลับมาติดลบในช่วงท้ายตลาดภาคเช้า โดยทำจุดต่ำสุด 1,619.84 จุด และจุดสูงสุด 1,631.58 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยที่ยังมีแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มน้ำมัน และปิโตรเคมี หลังจากที่ราคาน้ำมันมีการย่อตัวลงต่อเนื่อง รวมทั้งมีแรงขายหุ้น THAI กดดันจากปัจจัยเฉพาะตัว
อย่างไรก็ตามก็มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มแบงก์ กลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มค้าปลีก ที่นุนต่อดัชนี อีกทั้งผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐก็มีการย่อตัวลง หลังจากที่ราคาน้ำมันปรับตัวลง ทำให้ตลาดกลับมาคลายกังวลในประเด็นการเร่งตัวของเงินเฟ้อ แม้ว่ายังไม่มีปัจจัยใหม่อื่นๆส่งผลต่อตลาดหุ้นในช่วงนี้ก็ตาม
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายคาดแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบ โดยให้แนวต้าน 1,635-1,640 จุด แนวรับ 1,610-1,615 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล





