-
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเช้านี้ (6 ส.ค.) จากแรงขายทำกำไร หลังจากตลาดปรับตัวขึ้นอย่างมากเมื่อวานนี้ ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือ อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า กองทัพสหรัฐฯ จะตอบโต้ หากการเจรจาล้มเหลว
ทั้งนี้ ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดร่วง 1.8% สู่ระดับ 6,478.75 จุด และดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดลบ 0.6% สู่ระดับ 65,896.00 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มโลหะ
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และรับประกันความมั่นคงในการเดินเรือ ขณะที่การหารือกับอิหร่านเป็นไปอย่างดีมาก
ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคาร (4 ส.ค.) ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ข้อตกลงอาจเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้หรือวันถัดไป” พร้อมเสริมว่า “มีความคืบหน้าเกิดขึ้นอย่างมาก”
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “จะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็ว ๆ นี้” แต่ย้ำว่า กองทัพสหรัฐจะตอบโต้หากการเจรจาล้มเหลว
-
สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศในอ่าวเปอร์เซียรายหนึ่งระบุว่า โอกาสที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ประมาณ 50% แม้ว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความมั่นใจว่าการบรรลุข้อตกลงจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ก็ตาม
แหล่งข่าวระบุว่า คณะผู้แทนในการเจรจาของอิหร่านไม่ได้มีสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) เข้าร่วมด้วย โดย IRGC จะต้องให้การรับรองรายละเอียดของข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น ผลลัพธ์สุดท้ายของการเจรจาจึงยังคงไม่มีความชัดเจน
-
เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านและโอมานมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อจัดตั้งเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ที่ปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
บาเกอีแถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า อิหร่านและโอมานได้บรรลุความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับพิกัดทางภูมิศาสตร์ของเส้นทางเดินเรือที่เสนอไว้ และกำลังจัดทำแถลงการณ์ร่วมเพื่อสรุปประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกัน โดยมีเงื่อนไขว่า “บุคคลที่สามบางฝ่าย” จะต้องไม่เข้ามาขัดขวางกระบวนการดังกล่าว
-
สำนักงานสอบสวนแห่งรัฐนอร์ทแคโรไลนาเปิดเผยว่า เหตุกราดยิงที่บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ชนบทของเคาน์ตีแคสเวลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายในช่วงเช้าวันพุธ (5 ส.ค.) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันพุธ และเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ถูกยิงหลายคน ขณะที่แถลงการณ์ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน 1 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่มีผู้เสียชีวิตหลายราย
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เผชิญปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ และในแต่ละปีมีเหตุกราดยิงหลายร้อยครั้งได้รับการรายงานทั่วประเทศ
-
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าอาจลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.4 ล้านบาร์เรล
-
S&P Global เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.6 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน จากระดับ 51.2 ในเดือนมิ.ย.
ดัชนี PMI ได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน ขณะที่ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือน
-
ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 44,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 75,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 95,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย.
ทั้งนี้ ภาคบริการมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 47,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาคการผลิตมีการจ้างงานลดลง 3,000 ตำแหน่ง
-
ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (6 ส.ค.)
ธนาคารกลางบราซิลประกาศอัตราดอกเบี้ย
เกาหลีใต้เปิดเผยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนมิ.ย.
ออสเตรเลียเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนมิ.ย.
เยอรมนีเปิดเผยยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมิ.ย.
อียูเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย.
สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





