นายกฯ-ปธน.เมียนมา เปิดงาน Business Forum 2026 ฟื้นศก.ชายแดน ตั้งเป้าการค้า 12,000 ล้านดอลล์ 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เข้าร่วมและกล่าวสุนทรพจน์ในงาน Thailand – Myanmar Business Forum 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบปะกับผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการจากทั้งสองประเทศ ซึ่งไทยและเมียนมา พร้อมก้าวไปสู่บทใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นความไว้วางใจ และผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ

ในฐานะผู้นำรัฐบาล มีความเชื่ออยู่เสมอว่าไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมือง ทั้งภายในหรือภายนอกประเทศจะเป็นเช่นไร หน้าที่ของรัฐบาลคือทำให้ประชาชนยังอยู่ดีกินดี สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยมั่นคง มีงานทำมีรายได้ และมีความหวังในอนาคต เศรษฐกิจต้องไม่สะดุด ธุรกิจต้องเดินหน้า ซึ่งที่ผ่านมา ภาคเอกชนของไทยและเมียนมา ต่างเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ สร้างการลงทุน การจ้างงาน และสร้างโอกาสให้กับผู้คนจำนวนมาก

ปัจจุบัน เมียนมาเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย โดยมีมูลค่าทางการค้าระหว่างกันกว่า 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีศักยภาพที่จะขยายให้เติบโตได้อีกมาก ขณะเดียวกัน การลงทุนของไทยในเมียนมาก็ครอบคลุมทั้งภาคพลังงาน อุตสาหกรรมการผลิต คมนาคม โลจิสติกส์ การสื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและเมียนมา เห็นพ้องที่จะเดินหน้าความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม และมีความยินดีที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ที่แม่สอด เมียวดี ได้กลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง และจะร่วมกันแก้ไขอุปสรรคด้านกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อการค้ากลับมาดำเนินได้อย่างเต็มศักยภาพโดยเร็วที่สุด อีกทั้งจะพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดนเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าชายแดนให้กับประชาชน

พร้อมกันนี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมด้านการค้า ระหว่างรัฐมนตรีพาณิชย์ของทั้งสองประเทศ เพื่อผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันสู่เป้าหมาย 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยเร็ว

ทั้งนี้ ภาคเอกชนไทย ยังคงมีความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของเมียนมา และพร้อมขยายการลงทุนในทุกสาขา โดยรัฐบาลจะสนับสนุนภาคธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันลดอุปสรรค ลดขั้นตอน และปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนขยายกิจการ และสร้างงานได้อย่างเต็มศักยภาพ และจะเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับทั้ง 2 ประเทศ และพร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจ หอการค้า และผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเปลี่ยนโอกาสให้เป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้

* “มิน ออง หล่าย” ชวนนักธุรกิจไทยลงทุน มั่นใจต่างฝ่าย Win-Win 

นายมิน ออง หล่าย ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวว่า เมียนมาและไทย ไม่เพียงแต่เป็นประเทศเพื่อนบ้านมีแนวชายแดนที่ติดต่อทั้งทางบกทางทะเล แต่ยังเป็นมิตรแท้ที่มีความสัมพันธ์ยาวนานถึง 78 ปี การค้าชายแดนระหว่างเมียนมาและไทย มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งทาง จ.เมียวดี อ.แม่สอด อ.ท่าขี้เหล็ก และ อ.แม่สาย ปัจจุบันไทยถือเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ อันดับ 5 ในประเทศเมียนมามาอย่างยาวนานในภูมิภาคนี้ โดยมีโครงการลงทุนรวม 103 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายมิน ออง หล่าย กล่าวอีกว่า เมียนมาได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ ตั้งอยู่ในจุดที่เป็นพื้นที่เชื่อมทางบกแลนด์บริดจ์ ที่สำคัญสำหรับการคมนาคมทางทะเล เมียนมากำลังพัฒนาโครงการสำคัญ โดยเฉพาะโครงการเดินเรือน้ำลึกท่าเรือทวาย ซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด และเป็นจุดส่งออกสินค้าใกล้ที่สุดกับไทย จึงขอเชิญชวนนักธุรกิจไทยมั่นใจในการเข้ามาลงทุน ซึ่งทุกการลงทุนภายในเมียนมา ได้บังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา 4 ฉบับอย่างต่อเนื่องตั้งปี 2024 เพื่อส่งเสริมการค้าและอำนวยความสะดวกในการหมุนเวียนของสินค้า 

นายมิน ออง หล่าย เชื่อมั่นว่า หากนำข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติของเมียนมา มาผสานเข้ากับเทคโนโลยี เงินทุน และประสบการณ์การบริหารจัดการของนักธุรกิจไทย จะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจแบบ Win-Win ที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายอย่างมั่นคง

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์

ข่าวล่าสุด