
ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาดเช้านี้ อยู่ที่ระดับ 33.15 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากปิดวันก่อนที่ระดับ 33.06 บาท/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกทยอยอ่อนค่าลงบ้าง เข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.20-33.30 บาท/ดอลลาร์ กดดันโดยการกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางเสี่ยงร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ปัจจัยที่ตลาดรอติดตามวันนี้ คือ ข้อมูลด้านแรงงานสหรัฐฯ ทั้งยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินของ FED อีกทั้งข้อมูลดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยของ FED ได้ โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 35% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้
ขณะเดียวกัน ตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท ยังเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED
“ระหว่างวัน เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยมีโอกาสทยอยอ่อนค่าลงบ้างทดสอบโซนแนวต้าน 33.20-33.30 บาท/ดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนสูงของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินเอเชียเพิ่มเติม” นายพูน ระบุ
นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้ จะอยู่ที่ระดับ 33.00-33.35 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.42 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 157.85/86 เยน/ดอลลาร์
– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1520 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.1539/1540 ดอลลาร์/ยูโร
– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 33.065 บาท/ดอลลาร์
– แบงก์ไทยพาณิชย์ (SCB) ประเมินเงินบาท 1-2 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ พร้อมเตือนความเสี่ยงจากสงครามตะวันออกกลาง หากกระทบอุปทานน้ำมันรุนแรงอาจดันราคาพุ่ง 110-120 ดอลลาร์ฯ ขณะที่กลยุทธ์ลงทุน แนะ Stay Invested กระจายพอร์ตหุ้นสหรัฐฯ ตลาดเกิดใหม่ ทองคำ และ Mega Forces
– นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” กระชับมิตรภาพ ชื่นมื่น เล็งอัดฉีดการค้าการลงทุนเต็มสูบ ตั้งเป้าดันมูลค่าแตะ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมชวนนักธุรกิจไทยลงทุนในเมียนมา มั่นใจมีกฎหมายคุ้มครอง พร้อมปรับ MOU ดันแรงงาน 4 ล้านคนเข้าสวัสดิการ ยืดเวลาจ้างงาน 5 ปี
– กรมการค้าต่างประเทศ เผยตัวเลขใช้สิทธิประโยชน์ FTA เดือน พ.ค. 69 มูลค่า 1.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.38% เดินหน้าผลักดัน SME เจาะตลาดสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ อินเดีย
– “ศุภจี” นัดเจรจาทางเทคนิค ART กับสหรัฐฯ ปลาย ส.ค.นี้ มุ่งใช้การลงทุนเพิ่มเติมเป็นเครื่องมือต่อรอง พร้อมขอยกเว้นภาษี ม.301 สินค้านำเข้าสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น
– “แอตต้า” ผนึกกำลัง ททท.ขนทัพผู้ประกอบการไทยเจรจาธุรกิจ จับมือสิงคโปร์-มาเลเซีย ร่วมทำตลาดท่องเที่ยว “อาเซียนจุดพักนักเดินทาง” ลดการแข่งขันกันเอง เพิ่มมูลค่าการตลาดคาดสิ้นปี 69 ยอด นทท.2 ประเทศ ทะลุ 7 ล้านคน
– ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) เพื่อกำหนดราคานำเข้าขั้นต่ำและเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 15% สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโพลีซิลิคอน (Polysilicon) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแผงโซลาร์เซลล์และเซมิคอนดักเตอร์
– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นจากข่าวที่ว่าอิหร่านเล็งสกัดเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่ให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
– สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 5.60 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่4,299.60 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นจากข่าวที่ว่าอิหร่านกำลังพิจารณาร่างกฎหมายที่จะห้ามเรือของสหรัฐฯ และอิสราเอลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
– นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
– ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขามินนิอาโปลิส เชื่อว่า เฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และหลีกเลี่ยงการต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงมากขึ้นในภายหลัง ทั้งนี้ เขาสนับสนุนแนวทางการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจเริ่มตั้งแต่เดือนก.ย.
โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน





