
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวภายหลังลงพื้นที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เพื่อประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์เหตุนักเรียนชาย อายุ 14 ปีใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงภายในโรงเรียน จนมีผู้เสียชีวิต 8 รายประกอบด้วย ปู่และย่าของผู้ก่อเหตุ 2 ราย ครู 5 ราย และผู้ก่อเหตุ 1 ราย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัสที่ต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดประมาณ 9 ราย
นายกฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าก่อนจะมาก่อเหตุภายในโรงเรียน ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงปู่และย่าเสียชีวิตภายในบ้านพักเป็นรายแรก ๆ ของเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่เพิ่งทราบภายหลังจากกลับไปตรวจค้นบ้านของผู้ก่อเหตุและพบร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย จึงเชื่อว่ามีการเตรียมการมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ออกจากบ้าน มีการวางแผนเป็นลำดับขั้นตอน และมีเป้าหมายชัดเจน
นอกจากนี้ จากการรับฟังรายงานลำดับเหตุการณ์พบว่าผู้ก่อเหตุยังมีกระสุนเหลืออยู่อีกกว่า 30 นัดในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งหากสถานการณ์ไม่ยุติลง อาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก
สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และมีชื่อปู่เป็นผู้ครอบครอง และพบว่ามีการโพสต์อาวุธลงในโซเชียลมีเดียอยู่
เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุมีความเครียดสะสมจากเรื่องการเรียน โดยย่าซึ่งเป็นอดีตข้าราชการครูมีความคาดหวังและเข้มงวดเรื่องการศึกษา ขณะที่เพื่อนสนิทให้ข้อมูลกับตำรวจว่าผู้ก่อเหตุเคยบ่นถึงความกดดันดังกล่าวมาโดยตลอดจากพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับข้อมูลที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการรับชมคลิปเหตุกราดยิงในต่างประเทศ หรือการฝึกใช้อาวุธปืนก่อนก่อเหตุ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานยืนยัน เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีอายุเพียง 14 ปี การนำอาวุธปืนออกไปฝึกยิงจริงทำได้ยาก จึงต้องรอผลการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ในส่วนของแรงจูงใจที่แท้จริงและรายละเอียดเชิงลึกของคดี ควรปล่อยให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อนหรือส่งผลกระทบต่อรูปคดี
* คุมเข้มตรวจปืนทั่วประเทศ
ส่วนมาตรการป้องกันเหตุในอนาคต นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) โดยย้ำว่ากฎหมายกำหนดชัดเจนว่าประชาชนทั่วไปที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับราชการ ไม่มีสิทธิพกพาอาวุธปืนออกนอกเคหสถานหรือพกพาในที่สาธารณะ จึงจะมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจ และให้มีการตรวจค้นอาวุธปืนอย่างจริงจัง หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับยืนยัน ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตจากการทำร้ายตัวเอง และไม่ได้เกิดจากแรงกดดันหรือการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่รัฐ
ทั้งนี้ รัฐบาลจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้มาถอดบทเรียนอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา รวมถึงสถานที่สาธารณะทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต
โดย ตรฦ/รัชดา คงขุนเทียน





