นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดฟื้นตัวรับ Sentiment บวกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังตัวเลขภาคแรงงานชะลอ หนุนเฟดยืดเวลาขึ้นดอกเบี้ยออกไป ด้านปัจจัยในประเทศเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายประกาศงบบจ. พร้อมจับตา MSCI ประกาศทบทวนดัชนี 13 ส.ค. นี้ หนุน Fund Flow ระยะถัดไป กรอบแนวรับ 1,605 จุดและแนวต้าน 1,625 จุด
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดดัชนีฟื้นตัวขึ้น โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจาก Sentiment บวก ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังจากตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเลื่อนจากเดิมเดือนกันยายนออกไปเป็นเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นโดยรวม
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ตลาดอยู่ระหว่างการเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2/69 ซึ่งเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของการรายงานงบการเงินแล้ว โดยจากการรวบรวมข้อมูลคาดการณ์ของ Bloomberg พบว่า บริษัทจดทะเบียนราวราว 50% ของมูลค่าการตลาดรวม (Market Cap) มีกำไรสุทธิออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 7.5% นับเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวกต่อภาพรวมกำไรตลาดในงวดนี้
ทั้งนี้ จากผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด บล.เมย์แบงก์ อยู่ระหว่างการทบทวนและเตรียมพิจารณาปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยของปีนี้ใหม่
ส่วนทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าจะเริ่มเห็นแรงขายสลับออกมาบ้าง แต่มองว่าไฮไลต์สำคัญในสัปดาห์นี้จะอยู่ที่การประกาศทบทวนรายชื่อหุ้นและน้ำหนักการลงทุนของดัชนี MSCI ซึ่งจะทราบผลในช่วงเช้าของวันที่ 13 ส.ค. โดยหากดัชนี MSCI มีการปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย ก็จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญให้ Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยได้ในระยะถัดไป
ประเมิน กรอบแนวรับ 1,605 จุดและแนวต้าน 1,625 จุด
*ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (7 ส..ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 54,036.93 จุด เพิ่มขึ้น 151.83 จุด หรือ +0.28% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,757.64 จุด เพิ่มขึ้น 47.68 จุด หรือ +0.62% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,690.62 จุด เพิ่มขึ้น 342.26 จุด หรือ +1.30%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 65,905.10 จุด เพิ่มขึ้น 298.39 จุด หรือ +0.45%, ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 25,805.18 จุด เพิ่มขึ้น 137.15 จุด หรือ +0.53% , ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,943.82 จุด เพิ่มขึ้น 3.78 จุด หรือ +0.10% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.62%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (7 ส.ค. ) 1,612.00 จุด ลดลง 2.64 จุด (-0.16%) มูลค่าซื้อขาย 63,391.38 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (7 ส.ค.) 3,316.52 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (7 ส.ค.) เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ 1.15% ปิดที่ 78.18 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (7 ส.ค.) อยู่ที่ 27.97 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.01 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อน หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐต่ำคาด คาดกรอบ 32.90-33.15
– ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานในช่วง 2 เดือนก่อนหน้านี้ยังถูกปรับลดลงอย่างมาก ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ 4.1% ในเดือนก.ค. จาก 4.2% ในเดือนมิ.ย. เนื่องจากมีแรงงานออกจากตลาดแรงงาน
– สัปดาห์นี้ลุ้น MSCI เพิ่มน้ำหนักไทย ดึงเม็ดเงิน Passive Fund ปรับพอร์ตซื้อหุ้นไทยเพิ่ม เป้าหมายหลักหุ้นบลูชิพสภาพคล่องสูงใน SET50 ฟาก “เอกนิติ” ประกาศเดินหน้านโยบายดึงดูดการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลาง Data Center และ AI Hub ของภูมิภาค เร่งมาตรการให้กลุ่มทุนข้ามชาติถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย และจ้างแรงงานท้องถิ่น เร่งอัดมาตรการภาษีสรรพสามิตคุมต่างชาติ เพื่อปกป้อง SME ไทย
– รองนายกฯเอกนิติ เดินเครื่องรื้อแผน-ปรับนโยบายลงทุน “ดาต้าเซ็นเตอร์” หัวหอกเศรษฐกิจใหม่เร่งวางเกณฑ์กำกับลงทุน ยันต้องสมดุลการพัฒนาเศรษฐกิจ-ดูแลประชาชนทรัพยากรประเทศไม่เสียหาย BOI เด้งรับ เผยระงับอนุมัติ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมศึกษา 4 เกณฑ์ใหม่คัดกรองลงทุนเข้ม เผย 3 ปีที่ผ่านมาอนุมัติไป 42 โครงการ 7.5 แสนล้านบาท แจงเตรียมกำหนดเงื่อนไขใหม่คุมทั้งโครงการเก่าและใหม่ “ศุภวุฒิ สายเชื้อ” ประธานบอร์ดสภาพัฒน์ชี้รัฐบาลกำลังยูเทิร์นนโยบายหลังสิงคโปร์-มาเลเซีย นำร่องไปแล้ว ย้ำดาต้าเซ็นเตอร์ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยจำกัด เตือนระบบกระจายไฟมีปัญหาสะเทือนหลายพื้นที่เศรษฐกิจเสี่ยงไฟดับ
– “ซี.พี.-เซ็นทรัล-เดอะมอลล์” ตบเท้าลงทุนย่านหัวหมาก-รามคำแหง พัฒนา CBD กรุงเทพฯ ตะวันออก รับรถไฟฟ้าสีส้ม-เหลือง อสังหาฯหรูผุดพรึบ ซี.พี.ผนึกโอสถสภาเช่าที่ 45 ไร่ผุดแลนด์มาร์กใหม่ Happy life style community เดอะมอลล์ซุ่มพลิกที่ดินสาขารามฯ 30 ไร่ สร้างบิ๊กโปรเจ็กต์คู่ “1981 Soul & Sold” ส่วนเซ็นทรัลทรานส์ฟอร์มหัวหมาก เซ็นเตอร์ เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ใน 3-5 ปี
– การท่าเรือฯ เร่งแก้ปัญหาส่งมอบพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 หลังเจอข้อกำหนดทางวิศกรรมที่ระบุในสัญญาไม่ตรงกัน คาดชัดเจนภายในปีนี้ วงในยอมรับต้องมีการแก้สัญญา แถมมูลค่าโครงการสูงขึ้นแน่นอน แต่ยืนยันขณะนี้ GPC ยังไม่ถอดใจการลงทุน
– “วิกฤติเอสเอ็มอี” ลามหนักต่อเนื่อง ธปท. ชี้หนี้เสียสูงลิ่วเทียบรายใหญ่ สะท้อน “เคเชป” ชัดเจน ด้าน “กรุงไทย” มองแก้ปัญหาเอสเอ็มอีควรเป็น “วาระแห่งชาติ” ชี้ “ถมเงิน” อย่างเดียวไม่พอ “อีไอซี” เผยยอดปิดโรงงานแซงเปิด สูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส ตอกย้ำกำไรต่ำ ซอมบี้พุ่ง “กสิกรไทย” เตือนหนี้เสียสูงต่อเนื่อง สินเชื่อ “ติดลบ” 15 ไตรมาส สมาพันธ์เอสเอ็มอีฯ ชู 5 วาระด่วนยกระดับเอสเอ็มอี
– “เอกนิติ” ลุยมาตรการอุ้ม SME ชุดใหญ่ ให้ 4 แบงก์รัฐลดนำเงินส่งกองทุนฯ หวังต่อยอด “SME Credit Boost” และ “ปิดหนี้ไวไปต่อได้” ดึง บสย. ร่วมค้ำประกันสินเชื่อ ย้ำไม่กระทบเสถียรภาพ สถาบันการเงิน “ออมสิน” จัดซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท หนุนสภาพคล่อง ธพว.ชูดอกเบี้ยต่ำ 3% ดันธุรกิจสีเขียว บสย.คลอดเครดิตพลัส 2 หมื่นล้านบาท ปลดล็อกข้อจำกัดกู้ยืม
– REIC เผยราคาที่ดินอีอีซีไตรมาส 2 พุ่ง 39.6% ฉะเชิงเทรามีราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุด เพิ่มขึ้น 87.2% รับทุนต่างชาติขยายลงทุน
– กบข.เตรียมหารือ “คลัง” แก้กฎหมายเปิดทางหวังดึงข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้ว กลับมาเป็นสมาชิกใหม่ได้เพื่อช่วยบริหารเงินให้กับผู้สูงวัยและป้องกันไม่ให้กลุ่มสูงวัยถูกมิจฉาชีพหลอกสูบเงิน
– “ภราดร” ชี้ใช้งบ พ.ร.ก.เงินกู้ทำ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ไม่ผิดหลักฉุกเฉิน ส่วนไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 รอคลังตัดสิน ใจ รบ.กวักมือเรียก 8.3 แสนคนรีบยืนยันรับบัตรคนจน “อนุทิน” ลุยเดินหน้า Missing Link
– สศอ. ได้เร่งพิจารณาทบทวนและจัดทำ แผนฉบับใหม่ เพื่อพัฒนาอุตสาห กรรม S-Curve ที่มีระยะเวลาสิ้นสุด ในปี 2570 เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วๆ นี้ เพื่อเชื่อมโยงการ ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันเครือข่าย พร้อมเดินหน้าปรับปรุงดัชนีอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างการผลิตในปัจจุบัน และครอบคลุมอุตสาหกรรมที่มีบทบาทเพิ่มขึ้น เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลที่แม่นยำสำหรับประกอบการกำหนดนโยบาย และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม
*หุ้นเด่นวันนี้
– BH (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 215.00 บาท สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่ม HELTH มีเงินไหลเข้า 1.7 พันลบ. (เป็นรองเพียงแค่กลุ่ม BANK +4.5 พันลบ.) โดย BH ให้ผลตอบแทน -9.6% ซึ่ง Laggard กว่า SETHELTH -6.7% และ SET +5.5% มีโอกาสได้รับ flow ต่อเนื่อง ขณะที่แนวโน้มกำไร 2H69 โต HoH จากทั้งการฟื้นตัวของผู้ป่วย ME และการควบคุมต้นทุน
– TIDLOR (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23 บาท คาดกำไร ไตรมาส 2/69 อยู่ที่ 1.49 พันลบ. (-8% q-q, +15% y-y) โดยสินเชื่อยังเติบโตดีและคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในกรอบ Guidance ขณะที่ Spread ที่กว้างขึ้นจะหนุนกำไร 2H26 และ Bond Yield ที่ชะลอตัวเป็น Sentiment บวกระยะสั้น ส่วนโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยจำกัด Downside ราคาหุ้น
– BEM (กสิกรไทย) “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 10.31 บาท เราคาดกำไรปกติในไตรมาส 2/69 จะอยู่ที่ 1.01 พันลบ.เพิ่มขึ้น 1.5% YoY และ 15.2% QoQ หนุนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ประมาณการกำไร 1H69 ของเราคิดเป็น 48% ของประมาณการกำไร ทั้งปีของเรา คาดกำไรปกติ 2H69 จะดีขึ้นเล็กน้อยจาก 1H69 ปัจจัยหนุนสำคัญ เพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐในช่วง 2H69 ถึง 1H70 ได้แก่ มาตรการ อุดหนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17–45 บาท การลงนามสัญญา O&M โครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงช่วงใต้ และโครงการทางด่วนชั้้นที่ 2 คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ BEM และ TP สิ้นปี 2569 ที่ 10.31 บาท เรายังคงชื่นชอบ BEM จากแนวโน้มกำไรที่มั่นคง และมีปัจจัยหนุน จากนโยบายภาครัฐหลายประการในอนาคต
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





