รมว.คมนาคมออสซี่อัดเหตุเที่ยวบินดีเลย์พุ่งที่ซิดนีย์ ชี้ขาดแคลนเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

แคทเธอรีน คิง รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมออสเตรเลีย เปิดเผยในวันนี้ (10 ส.ค.) ว่า ปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่วิทยุการบินจนส่งผลให้เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวล่าช้า ณ ท่าอากาศยานซิดนีย์ ในช่วงวันศุกร์และเสาร์ที่ผ่านมา (7-8 ส.ค.) ถือเป็นเรื่องที่ “ยอมรับไม่ได้”

เที่ยวบินขาออกจากสนามบินซิดนีย์ ทั้งภายในและระหว่างประเทศมากกว่า 250 เที่ยวบิน ต้องประสบปัญหาล่าช้าในวันศุกร์และวันเสาร์ เนื่องจากมีการขยายระยะห่างการปล่อยเที่ยวบิน เพื่อรับมือกับภาวะขาดแคลนบุคลากรของ Airservices Australia ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่รับผิดชอบการควบคุมจราจรทางอากาศตามสนามบินหลัก

คิงระบุในแถลงการณ์ว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้โดยสาร พนักงาน และสายการบิน โดยกล่าวย้ำว่า “ความล่าช้าและความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ณ ท่าอากาศยานซิดนีย์ตลอดช่วง 3 วันที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้”

ทั้งนี้ คิงได้เข้าพบประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Airservices Australia เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พร้อมเปิดเผยว่า หน่วยงานได้รับปากที่จะปรับปรุงการจัดตารางปฏิบัติงานที่สนามบินซิดนีย์ให้ดีขึ้น ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนก.ย. เป็นต้นไป

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์เที่ยวบินล่าช้าในวันศุกร์และวันเสาร์ ต่อมาในช่วงเช้าวันอาทิตย์ได้เกิดเหตุเกือบชนกัน ณ ท่าอากาศยานซิดนีย์ ระหว่างเครื่องบินของสายการบินเจ็ทสตาร์ แอร์เวย์ส (Jetstar Airways) ที่กำลังเคลื่อนตัวบนทางขับก่อนทะยานขึ้น กับเครื่องบินของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส (Qatar Airways) ที่กำลังถูกลากจูง

บรรษัทการกระจายเสียงแห่งออสเตรเลีย (ABC) รายงานในวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศภาคพื้นและผู้ปฏิบัติงานรถลากจูงเครื่องบินถูกสั่งพักงานแล้ว ในระหว่างรอผลการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แองกัส มิตเชลล์ ประธานกรรมาธิการสำนักงานความปลอดภัยการขนส่งแห่งออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ ABC ในวันนี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจรุนแรงกว่านี้มาก หากนักบินของเจ็ทสตาร์ไม่ได้ตัดสินใจเหยียบเบรกอย่างกะทันหันเพื่อหลีกเลี่ยงการชน

โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต