ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันจันทร์ (10 ส.ค.) ราคาข้าวสาลีและถั่วเหลืองปิดบวก ขณะที่ข้าวโพดขยับลงเล็กน้อย หลังรัฐมนตรีเกษตรยูเครนปรับลดเป้าการส่งออกธัญพืชลงสูงสุด 12% จากเหตุรัสเซียโจมตีท่าเรือหลัก ขณะที่เทรดเดอร์เร่งปรับสถานะการลงทุนเพื่อรอรายงานคาดการณ์อุปสงค์-อุปทาน ผลผลิต และพื้นที่เพาะปลูกจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ในวันพุธนี้ (12 ส.ค.)
- สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 0.25 เซนต์ หรือ -0.05% ปิดที่ 4.6175 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 0.75 เซนต์ หรือ +0.12% ปิดที่ 6.4050 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 3.25 เซนต์ หรือ +0.28% ปิดที่ 11.7950 ดอลลาร์/บุชเชล
รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรยูเครนเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ยูเครนจำเป็นต้องปรับลดเป้าหมายการส่งออกธัญพืชสำหรับปีการตลาด 2569/2570 (ก.ค.-มิ.ย.) ลงสูงสุด 12% หลังจากรัสเซียเปิดฉากโจมตีศูนย์กลางท่าเรือออแดซาอย่างหนัก ซึ่งกระทบต่อเส้นทางขนส่งทางทะเลที่เป็นช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรหลักกว่า 90% ของประเทศ ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อมากว่า 4 ปีครึ่ง อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศยังคงมีผลผลิตฤดูกาลใหม่จำนวนมากที่กำลังเก็บเกี่ยว ซึ่งอาจเข้ามาเพิ่มอุปทานในตลาดโลกที่มีอยู่ล้นตลาดในปัจจุบัน
ด้านปัจจัยในสหรัฐฯ แดน บาสซี ประธานบริษัท AgResource ระบุว่า ตลาดอยู่ในภาวะเฝ้ารอตัวเลขพื้นที่เพาะปลูกจากรายงานของ USDA ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางราคาที่สำคัญ ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังประเมินผลกระทบจากสภาพอากาศแห้งแล้งรุนแรงในฝั่งสหรัฐฯ ช่วงเดือนก.ค. แม้มีฝนตกลงมาช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้บางส่วนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ตลาดธัญพืชยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ และราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ภาพรวมราคาข้าวสาลียังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 30% นับตั้งแต่ต้นปี แม้ย่อตัวลงจากระดับเกิน 7 ดอลลาร์/บุชเชลเมื่อเดือนก่อนก็ตาม
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





