ทรัมป์ลงนามคำสั่งลดจำนวนวัคซีนเด็ก โวช่วยเด็กมะกันรับการคุ้มครองระดับ Gold Standard

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อลดการฉีดวัคซีนในเด็ก โดยจำกัดตารางการรับวัคซีนเหลือเพียง 11 รายการ ซึ่งทรัมป์ระบุว่าจะช่วยให้เด็ก ๆ ในสหรัฐฯ ได้รับการคุ้มครองระดับ “มาตรฐานทองคำ” (Gold Standard) และสอดคล้องกับกลุ่มประเทศพันธมิตรที่แนะนำให้ลดจำนวนการฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวยังแนะนำให้แยกวัคซีนโรคหัด (Measles) โรคคางทูม (Mumps) และโรคหัดเยอรมัน (Rubella) หรือ วัคซีน MMR ออกเป็น 3 เข็ม และให้ฉีดวัคซีนแต่ละชนิดในการพบแพทย์คนละนัด

“ให้มีผลบังคับใช้โดยทันที คณะบริหารของผมจะรับรองข้อแนะนำการฉีดวัคซีนในเด็กระดับมาตรฐานทองคำ สำหรับวัคซีนหลักเพียง 11 รายการเพื่อป้องกันโรคที่รุนแรงและอันตรายที่สุด ควบคู่ไปกับวัคซีน MMR ซึ่งผมหวังว่าจะมีการแยกออกจากกัน” ปธน.ทรัมป์กล่าวในพิธีลงนามที่ทำเนียบขาวในวันจันทร์ (10 ส.ค.) และเขาได้กล่าวหลายครั้งเกี่ยวกับการวินิจฉัยภาวะออทิสติกที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ

คำสั่งดังกล่าวถือเป็นการผลักดันเป้าหมายที่ดำเนินมาอย่างยาวนานของ โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นักเคลื่อนไหวต่อต้านการฉีดวัคซีนที่เคยส่งเสริมแนวคิดเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนกับภาวะออทิสติก ซึ่งเป็นแนวคิดที่นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาคัดค้านครั้งแล้วครั้งเล่า

ทางด้านบุคลากรทางการแพทย์ได้ออกมาปฏิเสธการดำเนินการดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่าไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ใหม่ใด ๆ ที่รองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ และตารางการรับวัคซีนของสหรัฐฯ สะท้อนถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ตลอดหลายทศวรรษ รวมถึงความต้องการด้านสุขอนามัยเฉพาะของชาวอเมริกัน นอกจากนี้ บรรดาบุคลากรทางการแพทย์ยังได้ปฏิเสธการเปรียบเทียบกับประเทศอื่น โดยเตือนว่าการลดจำนวนวัคซีนลง จะทำให้เด็กจำนวนมากขึ้นต้องเสี่ยงต่อโรคที่สามารถป้องกันได้

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า รัฐบาลของปธน.ทรัมป์กำลังพิจารณาออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อศึกษาประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างวัคซีนในเด็กกับโรคออทิสติกอีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่มีการหารือหลายแนวทาง รวมถึงการเปิดโครงการวิจัยใหม่เกี่ยวกับโรคออทิสติก ทั้งการศึกษาติดตามไปข้างหน้าและการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลัง โดยคำสั่งดังกล่าวจะต่อยอดจากความพยายามของรัฐบาลในการทบทวนนโยบายการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ประเด็นวัคซีนและโรคออทิสติกถูกมองว่าเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยบันทึกภายในของรัฐบาลเมื่อต้นปีนี้แนะนำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขหลีกเลี่ยงการเน้นประเด็นวัคซีนในการสื่อสารต่อสาธารณะ และหันไปมุ่งเน้นเรื่องที่สร้างความขัดแย้งน้อยกว่า เช่น แนวทางด้านโภชนาการและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข