อังกฤษเผชิญภัยแล้งหนัก พื้นที่กว่า 70% เข้าสู่ภาวะแล้ง หลังฝนตกต่ำสุดรอบ 190 ปี 

กลุ่มภัยแล้งแห่งชาติ (NDG) ของอังกฤษ ออกคำเตือนเมื่อวันจันทร์ (10 ส.ค.) ว่า พื้นที่เกือบ 3 ใน 4 ของอังกฤษกำลังเผชิญภัยแล้ง หลังสถานการณ์รุนแรงขึ้นจากสภาพอากาศแห้งแล้งในช่วงต้นเดือนส.ค.

กลุ่ม NDG ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานภาครัฐ บริษัทน้ำ และองค์กรด้านการเกษตร เปิดเผยว่า ทรัพยากรน้ำในทุกภูมิภาคของอังกฤษกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น และผลกระทบต่อภาคเกษตร น้ำประปาสำหรับประชาชน การเดินเรือ และสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

พื้นที่ East Midlands, Lincolnshire และ Northamptonshire รวมถึง Kent และ East Sussex ตลอดจน Solent และ South Downs เป็นพื้นที่ล่าสุดที่ถูกประกาศเข้าสู่ภาวะภัยแล้งเมื่อวันจันทร์ ส่งผลให้ขณะนี้พื้นที่ 71.3% ของอังกฤษกำลังเผชิญภัยแล้งฉับพลัน ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากปริมาณฝนที่ต่ำมากประกอบกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น

ปัจจุบัน ประชากรราว 45 ล้านคนในอังกฤษอาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัยแล้ง และมากกว่า 27 ล้านคนอยู่ภายใต้มาตรการจำกัดการใช้น้ำ

รายงานระบุว่า สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงขึ้นหลังอังกฤษเผชิญเดือนก.ค.ที่มีฝนน้อยที่สุดในรอบ 190 ปี ขณะที่ปริมาณฝนในเดือนส.ค.จนถึงขณะนี้อยู่ที่เพียง 5% ของระดับที่คาดการณ์ไว้

ด้านเอ็มมา ฮาร์ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำของอังกฤษกล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าสภาพอากาศในช่วงฤดูร้อนปีนี้สร้างความยากลำบากให้กับประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้เกิดทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งบ่อยครั้งขึ้น

โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช