-
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในวันนี้ (13 ส.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดพุ่งขึ้น 3.0% สู่ระดับ 6,773.92 จุด ส่วนดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดบวก 0.8% สู่ระดับ 68,033.17 จุด นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มโลหะ
-
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวานนี้ (12 ส.ค.) ว่า สหรัฐฯ ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะยังคงประจำการในน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ต่อไป
“สหรัฐอเมริกาควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผมคิดว่าเราจะรักษาสถานะนี้ไว้” ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social
-
การขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงแตะระดับใกล้เคียงจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดเส้นทางส่งออกน้ำมันสำคัญของตะวันออกกลางได้อย่างเต็มรูปแบบหรือไม่
ข้อมูลจาก Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการค้า ซึ่ง CNBC นำมาวิเคราะห์ ระบุว่า จำนวนเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยในช่วง 5 วันอยู่ที่ประมาณ 13 ลำ ณ วันอังคาร (11 ส.ค.) ซึ่งเกือบแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค. โดยตัวเลขดังกล่าวรวมเรือทุกประเภท ตั้งแต่เรือขนส่งสินค้าไปจนถึงเรือบรรทุกน้ำมัน
-
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกรกฎาคม ขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากระดับ 3.5% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดการเงินประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน สะท้อนถึงผลกระทบระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในเดือนมิถุนายน
ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี โดยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาด
-
กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปก (OPEC) เปิดเผยรายงานประจำเดือนสิงหาคม โดยได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกสำหรับปี 2569 ลงอีกครั้ง โดยคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 600,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้อุปสงค์รวมทั่วโลกอยู่ที่ 105.74 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ในรายงานเมื่อเดือนกรกฎาคม โอเปกเคยประเมินว่าอุปสงค์น้ำมันโลกจะเติบโตขึ้น 800,000 บาร์เรลต่อวัน สู่ระดับ 105.94 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยทั้งนี้ คาดว่ากลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะมีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นราว 40,000 บาร์เรลต่อวัน ส่วนกลุ่มประเทศนอก OECD คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันจะขยายตัวประมาณ 600,000 บาร์เรลต่อวัน
-
ทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 โดยสาเหตุสำคัญมาจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงดำเนินอยู่ ประกอบกับราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้พลังงาน
IEA คาดการณ์ในรายงานตลาดน้ำมัน (Oil Market Report) ประจำเดือนสิงหาคมว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปีนี้จะลดลง 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการปรับลดตัวเลขคาดการณ์ลงอีก 510,000 บาร์เรลต่อวันจากรายงานเดือนกรกฎาคม
-
สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ทะยานขึ้น 17.423 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางอย่างมากกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล
สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่ 1.611 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 7 ส.ค. เมื่อเทียบกับ 2.356 ล้านบาร์เรลก่อนหน้านี้
-
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธ (12 ส.ค.) ว่า งบประมาณขาดดุลของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปีในเดือนก.ค. โดยได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายโครงการประกันสุขภาพ Medicare ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงภาระดอกเบี้ยหนี้รัฐบาลกลางที่ยังคงส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ
นอกจากนี้ ยอดขาดดุลงบประมาณสะสมในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ (ต.ค. 2568-ก.ค. 2569) เพิ่มขึ้นแตะเกือบ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568
-
ข้อมูลและเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญในวันนี้ (13 ส.ค.)
อังกฤษเปิดเผยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 (ประมาณการเบื้องต้น) และดุลการค้าเดือนมิ.ย.
สหรัฐฯ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค.
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





