ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.07 แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อน หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอ มองกรอบวันนี้ 32.95-33.20

ค่าเงินบาท [USDTHB.X] เปิดตลาดเช้านี้ อยู่ที่ระดับ 33.07 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากปิดวันก่อนที่ระดับ 33.17 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงคืนวันอังคาร เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการปรับตัวขึ้นบ้างของราคาทองคำ หลังผู้เล่นในตลาด ปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จากรายงานอัตราเงินเฟ้อ (CPI) ที่ชะลอตัวลงต่อเนื่อง ซึ่งออกมาตามคาด

สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ ตลาดจะรอติดตามรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนก.ค. ที่คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการบรรเทาค่าครองชีพของรัฐบาล

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ คืนนี้ตลาดรอดูรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ในเดือนกรกฎาคม เพื่อประกอบการประเมิน อัตราเงินเฟ้อ PCE ที่ FED ติดตาม หลังรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุด และรอประเมินภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน

ในฝั่งยุโรป ตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษ ผ่านรายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไตรมาส 2 นอกจากนี้ ตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ยังคงมุมมองเดิมว่าเงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอน

นายพูน มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.95-33.20 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 159.30 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันอังคารที่ระดับ 159.28/29 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1530 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันอังคารที่ระดับ 1.1537/1538 ดอลลาร์/ยูโร

– อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.083 บาท/ดอลลาร์

– ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุริจ ม.หอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนก.ค.69

– เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยว่า ได้ประมาณการเศรษฐกิจดิจิทัลปี 69 ของไทยจะขยายตัว 5.6% หรือมีมูลค่า 5.7 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 2.2 เท่าของจีดีพีรวมที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ 2.5% สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีศักยภาพสูงในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศ แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย 

– ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า สถิติการส่งออกทองคำช่วงครึ่งปีแรก ไทยส่งออกทองคำ 8,663 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่า 2.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.99% โดยมีการขยายตัวต่อเนื่องท่ามกลางราคาทองคำโลกที่ผันผวน แม้การส่งออกเดือน มิ.ย.69 จะลดลง 67.55% มีมูลค่าเหลือ 371 ล้านดอลลาร์ จากราคาทองคำตลาดโลกชะลอตัวก็ตาม 

– กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เล็งชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้า ครม.สัปดาห์หน้า อย่างช้าภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อให้ทันบังคับใช้ 1 ต.ค. 69 เปิดใช้สิทธิเท่าเทียมเมืองหลัก เมืองรอง โบรกฯ มองเป็นบวกต่อหุ้นโรงแรม สายการบิน 

– กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันพุธ (12 ส.ค.) ว่า งบประมาณขาดดุลของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปีในเดือนก.ค. โดยได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายโครงการประกันสุขภาพ Medicare ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงภาระดอกเบี้ยหนี้รัฐบาลกลางที่ยังคงส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังของประเทศ 

– สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกรกฎาคม ขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากระดับ 3.5% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดการเงินประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 

– นักวิเคราะห์จาก Dakota Wealth ให้ความเห็นว่า ดัชนี CPI ออกมาสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้ตลาดมีปฏิกิริยาที่ค่อนข้างเป็นบวก และช่วยลดความกังวลที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. 

– เครื่องมือ FedWatch ของ CME ระบุว่า ขณะนี้นักลงทุนคาดว่ามีโอกาสเพียง 40% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งลดลงจากระดับ 46% ก่อนที่จะมีการเปิดเผยดัชนี CPI 

– ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพุธ (12 ส.ค.) เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนแรงซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย แม้ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังไม่ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า 

– สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย โดยมีรายงานว่ากลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบบับเอลมันเดบ และยังได้โจมตีเรือขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารของซาอุดีอาระเบียในช่องแคบดังกล่าวเช่นกัน 

– สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (12 ส.ค.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สอดคล้องกับการคาดการณ์ ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า 

– นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในวันนี้ (13 ส.ค.) และยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานว่ากลุ่มกบฎฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้าในช่องแคบบับเอลมันเดบ ขณะที่แนวโน้มการบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ มีน้อยลง 

– นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่าการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งของทั้งสองประเทศยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่า สหรัฐฯ ยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะยังคงประจำการในน่านน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ต่อไป 

โดย กษมาพร กิตติสัมพันธ์/รัชดา คงขุนเทียน

ข่าวล่าสุด