เคนตะ คอน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป (Toyota Motor Corp) ให้คำมั่นที่จะเสริมสร้าง “ความสามารถในการทำกำไร” ของบริษัทฯ ให้แข็งแกร่งขึ้น ในขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญปัจจัยลบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง
คอนกล่าวในการประชุมร่วมกับองค์กรสื่อเมื่อไม่นานมานี้ว่า จุดคุ้มทุนของโตโยต้า “อยู่ในระดับสูงเล็กน้อย” และเสริมว่า “เราต้องการพลิกสถานการณ์นี้กลับมา”
คอน ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานอันยาวนานด้านบัญชีและเคยดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ของโตโยต้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของค่ายรถยนต์ที่มียอดขายสูงที่สุดในโลกแห่งนี้เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยดำรงตำแหน่งแทน โคจิ ซาโตะ
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โตโยต้าเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า บริษัทฯ คาดการณ์ว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานจะลดลงเหลือ 6.3% ในปีงบการเงินที่จะสิ้นสุดในเดือนมี.ค. 2570 จากระดับ 7.4% ในปีงบการเงินก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยตัวเลขดังกล่าวเคยอยู่ที่ระดับ 11.9% ในปีงบการเงินที่สิ้นสุดเมื่อเดือนมี.ค. 2567
การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ประกอบกับราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่สูงขึ้นซึ่งมีสาเหตุมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ได้สร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อความสามารถในการทำกำไร และหักล้างปัจจัยบวกจากเงินเยนที่อ่อนค่าลง
ทั้งนี้ คอนกล่าวว่า ในบรรดามาตรการลดต้นทุนนั้น โตโยต้าตั้งเป้าที่จะลดจำนวนประเภทของชิ้นส่วนลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถใช้พื้นที่ในโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยเพิ่มผลิตภาพ
“ผมเชื่อว่าสถานที่ทำงานคือจุดที่โตโยต้าใช้สร้างมูลค่าและสร้างรายได้” คอนกล่าว และเสริมว่า “และยังคงมีพื้นที่ให้ปรับปรุงอีกมาก”
นอกจากนี้ คอนกล่าวว่า โตโยต้า ซึ่งเป็นที่รู้จักจากระบบการผลิตแบบกะทัดรัด (Lean Production) ด้วยหลักการแบบทันเวลา (Just-In-Time) นั้น จะนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิตมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่ามนุษย์จะยังคงมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น และเสริมว่า “คุณค่าของสิ่งที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่ทำได้จะเพิ่มมากขึ้น”
ในขณะที่โตโยต้าตั้งเป้าที่จะปรับเปลี่ยนองค์กรจากผู้ผลิตรถยนต์ไปสู่บริษัทผู้ให้บริการด้านการเดินทาง (Mobility Company) นั้น คอนกล่าวว่า โตโยต้าจะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีรถยนต์บินได้และการขับขี่อัตโนมัติด้วยเช่นกัน
“เราต้องการสร้างโลกที่ผู้คนสามารถเดินทางได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น” เขากล่าว
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





