
เมื่อเวลา 10.36 น. TASCO พุ่ง 7.48% เพิ่มขึ้น 1.10 บาท มาที่ 15.80 บาท มูลค่าการซื้อขาย 246.99 ล้านบาท จากราคาเปิด 15.30 บาท ราคาสูงสุด 15.90 บาท และราคาต่ำสุด 15.00 บาท
บล.กรุงศรี ระบุว่า บมจ.ทิปโก้แอสฟัลท์ [TASCO] รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 420 ล้านบาท (+5% YoY, -9% QoQ) หลักๆ จากราคายางมะตอยปรับขึ้น +31% YoY, +18% QoQ จากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทำให้ Supply จำกัด แต่หักล้างจากปริมาณขายที่ลดเหลือ 2.5 แสนตัน เทียบกับไตรมาส 2/68 และ ไตรมาส 1/69 2.8 และ 2.8 แสนตัน หลังผ่านช่วงก่อสร้างในไทย และลูกค้าต่างประเทศบางรายชะลอการสั่งซื้อ หลังราคาขึ้นแรง โดยรวมรายได้ 7.09 พันล้านบาท +17% YoY, +5% QoQ ขณะที่ Gross margin 11.6% ลดจาก 12.2% ไตรมาส 2/68 และใกล้เคียงไตรมาส 1/69 คาดจากทิศทางราคายางมะตอยที่อยู่ระดับสูงต้นไตรมาส และทยอยปรับลง กระทบต่อการบริหารจัดการสต็อค ซึ่งรูปแบบการขายช่วงหลังเป็นแบบซื้อมา-ปรับสภาพ-ขายไป (Trading) กว่า 75-80% ของยอดขายรวม
กำไรครึ่งปีแรก 2569 คิดเป็น 77% ของกำไรปี 2569F ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลัง 2569F คาดยังใกล้เคียง HoH จากทั้งการเบิกจ่ายรัฐหลังผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ, กิจกรรมก่อสร้างเพิ่มขึ้นทั้งไทยและอินโดนีเซียซึ่งเป็นช่วง High season รวมถึงราคายางมะตอยยังเป็นระดับสูง โดยราคายางมะตอยต่างประเทศ Qtd 606 เหรียญ/ตัน +44% YoY, +1% QoQ และราคาในไทย (ราคากลาง) เดือน ก.ค. +1% MoM, +17% YoY ทำให้ภาพรวมเราปรับประมาณการกำไรปี 2569-2570F ขึ้นเฉลี่ย 38% จากราคายางมะตอยและ Gross margin ที่สูงกว่าคาด โดยกำไรใหม่ปี 2569-2570F ที่ 1.6 พันล้านบาท (+38%) และ 1.7 พันล้านบาท (+6%)
ขณะที่บริษัทเผยความคืบหน้าการกลับมาซื้อน้ำมันจากเวเนฯ ได้แล้วตั้งแต่ต้น ส.ค. ที่ผ่านมา เป็นลักษณะ Spot contract (เจรจาเป็นครั้งต่อครั้ง ยังไม่ใช่สัญญาที่แน่นอนแบบอดีต) ขนาด 6 แสนบาร์เรล (เทียบเท่าปริมาณขายราว 1 เดือน) แต่โดยรวมเป็นพัฒนาการบวก จาก ให้ Yield การผลิตดีขึ้นเป็นระดับแถว 70% เทียบกับแหล่งอื่นที่ 50% อีกทั้ง Margin ดีขึ้น แม้โอกาสจะไม่สูงเท่ารอบอดีต เนื่องจากอำนาจต่อรองลดลง จากน้ำมันเวเนฯ เป็นที่ต้องการมากขึ้น และโอกาสหาน้ำมันแบบมีสัญญาที่แน่นอน เทียบปัจจุบันต้องหาเป็นรายครั้ง ซึ่งภาพรวมมองเป็น Upside ระยะกลางยาวต่อกำไร ที่มีโอกาสปรับไปแถวระดับ 2-2.2 พันล้านบาท/ปี และคาดบริษัทจะมีรายละเอียดมากขึ้นในการประชุมนักวิเคราะห์ 14 ส.ค.
เรายังแนะนำ “ซื้อ” เชิงเก็งกำไร จาก TP ปรับไปใช้ปี 2570F ที่ 18.9 บาท โดยอิง P/BV ปรับขึ้นจาก 1.5x เป็น 2.0x เพื่อสะท้อนรอบธุรกิจที่ยังใช้น้ำมันจากเวเนฯ (ก่อนปี 2563) (ไม่รวม Supercycle ปี 2558) โดยยังมีส่วนลด -1SD เพื่อสะท้อนแนวโน้มรอบปัจจุบันที่อำนาจต่อรองลดลง
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





