
เมื่อวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) บริษัท อัลฟาเบท (Alphabet) บริษัทแม่ของกูเกิล (Google) ประกาศเปิดตัว Gemini 3.7 Flash โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่องานเขียนโค้ดซอฟต์แวร์และระบบการทำงานอัตโนมัติในองค์กรธุรกิจ พร้อมหั่นราคาลงครึ่งหนึ่งเพื่อเร่งขยายฐานผู้ใช้งาน
อย่างไรก็ตาม กูเกิลยังคงไม่เปิดเผยกำหนดการเปิดตัวโมเดลเรือธงระดับพรีเมียมอย่าง Gemini 3.5 Pro ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากเหล่านักลงทุนว่า กูเกิล ดีปมายด์ (Google DeepMind) ซึ่งเป็นฝ่ายพัฒนา AI ของบริษัท จะสามารถเร่งพัฒนาเพื่อไล่กวดคู่แข่งสำคัญอย่าง โอเพนเอไอ (OpenAI) และแอนโทรปิก (Anthropic) ได้ทันหรือไม่ แม้ก่อนหน้านี้กูเกิลเคยระบุในเดือนก.ค. ว่า โมเดล 3.5 Pro อยู่ระหว่างการทดสอบร่วมกับพันธมิตรและเตรียมเปิดตัว “เร็ว ๆ นี้”
ไฮไลต์สำคัญของ Gemini 3.7 Flash มีดังนี้:
- ชูความคุ้มค่า ตอบโจทย์ระบบ AI อัตโนมัติ (AI Agent): กูเกิลวางตำแหน่งโมเดลนี้เป็นทางเลือกที่ประหยัดต้นทุนสำหรับภาคธุรกิจที่ต้องการพัฒนาระบบ AI อัตโนมัติ ซึ่งสามารถวางแผนงาน ใช้เครื่องมือซอฟต์แวร์ และดำเนินงานตามขั้นตอนที่ซับซ้อนได้เองโดยลดการพึ่งพามนุษย์
- ยกระดับประสิทธิภาพงานเขียนโค้ด: การเปิดตัวมีขึ้นหลังจากเพิ่งปล่อย Gemini 3.6 Flash ไปเพียง 3 สัปดาห์ โดยบล็อกทางการของกูเกิลระบุว่า รุ่น 3.7 Flash ทำงานด้านการเขียนโค้ดได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการตรวจแก้บัก (Debugging) การแก้ปัญหาทางเทคนิค และการสร้างโค้ดที่มีความสมบูรณ์พร้อมนำไปใช้งานจริง (Production-ready)
- กลยุทธ์ด้านราคาดึงดูดผู้ใช้: กูเกิลตั้งราคาช่วงเปิดตัวจนถึงสิ้นปีนี้ไว้ที่ 75 เซนต์ (0.75 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อ 1 ล้านโทเคนขาเข้า (Input tokens) และ 3.75 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ 1 ล้านโทเคนขาออก (Output tokens) ซึ่งถูกลงถึง 50% เมื่อเทียบกับราคาเดิมของรุ่น 3.6 Flash
- พร้อมเปิดให้ใช้งานทันที: โมเดลใหม่นี้เปิดให้ใช้งานได้ทันทีผ่าน Gemini Spark ซึ่งเป็นบริการ AI Agent แบบคิดค่าสมาชิก สำหรับผู้ใช้งานแพ็กเกจ Google AI Pro และ Ultra ในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกระตุ้นภายในองค์กร โดยรายงานพิเศษของสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพุธ (12 ส.ค.) ระบุว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เซอร์เกย์ บริน ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล ได้กำชับให้ทีมงาน AI คนสำคัญทุ่มสุดตัวกับการพัฒนาโมเดล Gemini เพื่อเร่งไล่กวดคู่แข่งในตลาด
นอกจากนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กูเกิลเพิ่งประกาศปรับโครงสร้างฝ่ายบริหารครั้งใหญ่ในแผนกกูเกิล ดีปมายด์ โดย เดมิส ฮัสซาบิส ได้ก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำ เพื่อให้ โคราย คาวุกจูโอกลู รองผู้บริหาร เข้ามารับหน้าที่แทน ขณะเดียวกัน หัวหน้าร่วมฝ่ายเทคนิคผู้บุกเบิกโครงการ Gemini ทั้ง 2 คน ได้ตัดสินใจลาออกเพื่อไปก่อตั้งสตาร์ตอัปของตนเอง
ด้าน ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ออกโรงปกป้องยุทธศาสตร์ด้าน AI ของบริษัทระหว่างการแถลงผลประกอบการเมื่อเดือนก.ค. เพื่อคลายความวิตกของตลาดที่มองว่ากูเกิลอาจกำลังเพลี่ยงพล้ำให้แก่คู่แข่ง หลังเกิดความล่าช้าในการเปิดตัวโมเดลเรือธงและสูญเสียส่วนแบ่งในตลาด AI สำหรับงานเขียนโค้ด
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช





