
ทีมนักวิจัยในออสเตรเลียได้ค้นพบวิธีใหม่ในการช่วยป้องกันโรคไข้มาลาเรีย ซึ่งสามารถเปลี่ยนรอยยุงกัดจากการเป็นต้นเหตุของการติดเชื้ออันตรายถึงชีวิต ให้กลายเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันต้านโรคดังกล่าว
สถาบันวิจัยการแพทย์วอลเตอร์ แอนด์ อีไลซา ฮอลล์ (WEHI) ของออสเตรเลีย เปิดเผยผ่านแถลงการณ์ในวันนี้ (14 ส.ค.) ว่า ทีมวิจัยได้สาธิตแนวทางการฉีดวัคซีนรูปแบบใหม่ที่สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้เตรียมพร้อมต่อสู้กับเชื้อปรสิตมาลาเรียก่อนที่จะก่อให้เกิดโรค โดยรอยยุงกัดที่จะเกิดขึ้นในภายหลังจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
รายงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสารไซแอนซ์ (Science) ระบุว่า วิธีการดังกล่าวสามารถป้องกันหนูทดลองจากโรคมาลาเรียได้นานสุดถึง 2 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ครอบคลุมฤดูการระบาดของโรคมาลาเรียถึง 2 ฤดูในสถานการณ์จริง
คณะผู้วิจัยได้พัฒนากลยุทธ์การสร้างภูมิคุ้มกันรูปแบบใหม่ โดยจับคู่เชื้อปรสิตมาลาเรียที่มียุงเป็นพาหะ เข้ากับตัวยาต้านมาลาเรียทดลองที่พัฒนาโดย WEHI และบริษัทชีวเภสัชภัณฑ์อย่างเอ็มเอสดี (MSD)
ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ตัวยาดังกล่าวสามารถดักจับเชื้อปรสิตมาลาเรียในระยะสุดท้ายที่ตับได้ทันท่วงทีก่อนที่เชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดและก่อให้เกิดโรค ซึ่งช่วยกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันอย่างแข็งแกร่ง และมอบเกราะป้องกันโรคมาลาเรียที่ยาวนาน
คณะนักวิจัยกล่าวว่า รอยยุงกัดที่เกิดขึ้นตามมาจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเปิดทางไปสู่แนวทางการ “ฉีดวัคซีนและกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ” ในพื้นที่ที่มีโรคมาลาเรียเป็นโรคประจำถิ่น
ทีมวิจัยระบุว่า ยารูปแบบฉีดออกฤทธิ์ยาวนานที่พัฒนาขึ้นจากตัวยาดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาก่อนการศึกษาวิจัยในมนุษย์
สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า โรคมาลาเรียเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 610,000 รายในปี 2567
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





