
จีนปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าดำเนินกิจกรรมสอดแนมในนิวซีแลนด์ ชี้เป็นข้อกล่าวหาที่สะท้อนแนวคิดแบบสงครามเย็น หลังหน่วยข่าวกรองนิวซีแลนด์ตรวจพบว่าจีนเป็นประเทศเดียวที่ดำเนินการสอดแนมในวงกว้าง
สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงเวลลิงตันระบุในวันนี้ (14 ส.ค.) ว่า รายงานประเมินภัยคุกคามประจำปีของหน่วยข่าวกรองความมั่นคงนิวซีแลนด์ (NZSIS) กุเรื่องและขยายประเด็นภัยคุกคามจากจีนเกินจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ามีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มทั้งในและต่างประเทศพยายามทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับนิวซีแลนด์
รายงาน Security Threat Environment 2026 ของ NZSIS ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ระบุว่า จีนยังคงเป็นประเทศที่มีความเคลื่อนไหวแทรกแซงในนิวซีแลนด์มากที่สุด พร้อมเตือนว่า การสอดแนมและปฏิบัติการลับของต่างชาติเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหว เพื่อมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบาย และเพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสาร กำลังเกิดบ่อยครั้งมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สถานทูตจีนปฏิเสธข้อประเมินดังกล่าว โดยระบุว่า ข้อกล่าวหาต่อจีนบางส่วนเป็นเพียงการนำการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือตามปกติมาตีความว่าเป็นการสอดแนมหรือการแทรกแซง ขณะที่บางข้อกล่าวหาไม่มีมูลโดยสิ้นเชิงและกุขึ้นมาลอย ๆ
จีนยังย้ำว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันและความร่วมมือที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ พร้อมระบุว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวสร้างประโยชน์ทั้งด้านการค้า การจ้างงาน และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของสองประเทศ
นอกจากนี้ สถานทูตจีนยังตั้งข้อสังเกตว่า การเผยแพร่รายงานในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และอาจเป็นผลจากการแทรกแซงของต่างชาติเสียเอง พร้อมเรียกร้องให้นิวซีแลนด์ร่วมมือกับจีนเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองและขยายความร่วมมือในทางปฏิบัติ
ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของนิวซีแลนด์ โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศทำสถิติสูงสุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต





