ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: ถั่วเหลืองปิดบวกรับกังวลผลผลิตต่อเอเคอร์ในสหรัฐฯ ด้านข้าวสาลี-ข้าวโพดย่อตัว

ภาวะการซื้อขายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) สัญญาซื้อขายถั่วเหลืองปิดบวกเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากรายงานสภาพอากาศและข้อมูลพืชผลที่สร้างความกังวลต่อแนวโน้มผลผลิตต่อเอเคอร์ในแถบมิดเวสต์ของสหรัฐฯ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่แข็งแกร่งและแรงซื้อจากจีน ขณะที่สัญญาข้าวสาลีและข้าวโพดปิดปรับตัวลง เนื่องจากตลาดเริ่มมองข้ามความเสี่ยงเรื่องสงครามที่อาจกระทบต่อการส่งออกข้าวสาลีจากภูมิภาคทะเลดำ

  • สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.50 เซนต์ หรือ -0.31% ปิดที่ 4.8800 ดอลลาร์/บุชเชล
  • สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 8.00 เซนต์ หรือ -1.16% ปิดที่ 6.8125 ดอลลาร์/บุชเชล
  • สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 0.75 เซนต์ หรือ +0.06% ปิดที่ 12.1675 ดอลลาร์/บุชเชล


นักวิเคราะห์ระบุว่า สัญญาถั่วเหลืองยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากเทรดเดอร์จับตาผลการสำรวจภาคสนาม หลังกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ปรับลดคาดการณ์ผลผลิตต่อเอเคอร์ของข้าวโพดและถั่วเหลืองลงเมื่อสัปดาห์ก่อน ประกอบกับมีฝนตกหนักจนแปลงเพาะปลูกบางแห่งในแถบมิดเวสต์เกิดภาวะชื้นแฉะ

นอกจากนี้ ทีมสำรวจภาคสนามประจำปีในรัฐเพาะปลูกหลักรายงานเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ว่า แนวโน้มผลผลิตต่อเอเคอร์ของข้าวโพดและจำนวนการติดฝักของถั่วเหลืองในรัฐเซาท์ดาโคตาลดลงต่ำกว่าปีก่อนและต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปี

ขณะเดียวกัน USDA ก็ได้ปรับลดระดับการประเมินสภาพความสมบูรณ์ของข้าวโพดและถั่วเหลืองในรายงานประจำสัปดาห์เช่นกัน ซึ่งแม้จะสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด แต่ความไม่แน่นอนของผลผลิตต่อพื้นที่ก็สร้างความกังวลให้ตลาด ท่ามกลางแนวโน้มอุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่ง

ด้านสัญญาข้าวสาลีปรับตัวลดลงหลังจากที่ดีดตัวขึ้นแรงเมื่อวันจันทร์จากสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลดำ เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกต่อผลกระทบของสงคราม โดยนักวิเคราะห์เปิดเผยว่า เหตุผลหนึ่งที่ราคาข้าวสาลีไม่พุ่งขึ้นเป็นเพราะผลผลิตในภูมิภาคทะเลดำไม่ได้สูญหายไป แต่กำลังตกค้างสะสมอยู่ที่ท่าเรือ ซึ่งทันทีที่สถานการณ์สงบลง ปริมาณข้าวสาลีจำนวนมากก็พร้อมที่จะระบายออกสู่ประเทศผู้นำเข้าทั่วโลก

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์