ทรัมป์เลื่อนเก็บภาษีแคนาดาออกไป 3 วัน หลังถกเข้มจนใกล้บรรลุข้อตกลง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศเลื่อนเก็บภาษีศุลกากรจากแคนาดาในอัตรา 50% ออกไป 3 วัน จากเดิมมีกำหนดบังคับใช้ในวันนี้ (19 ส.ค.) ระบุทั้งสองประเทศใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสรุปเอกสารขั้นสุดท้าย

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันอังคาร (18 ส.ค.) ว่า เขาได้สั่งชะลอการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่าแคนาดาและสหรัฐฯ มีข้อตกลงร่วมกันแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำเอกสารขั้นสุดท้าย!”

เดิมทีนั้น มาตรการภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ โดยมีการกำหนดกรอบเวลา 30 วันสำหรับการเจรจาที่มีจุดประสงค์เพื่อกดดันให้แคนาดายอมอ่อนข้อ โดยโดมินิก เลอบลอง รัฐมนตรีแคนาดาที่รับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ และเจนิซ ชาแรตต์ หัวหน้าคณะเจรจาการค้าของแคนาดา พำนักอยู่ในกรุงวอชิงตันตลอดช่วงสุดสัปดาห์เพื่อพยายามบรรลุข้อตกลงร่วมกัน

การประกาศดังกล่าวของปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณถึงความคืบหน้าในการคลี่คลายความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างแคนาดากับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรกันมายาวนาน โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันเกือบ 9 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว นอกจากนี้ ความคืบหน้าดังกล่าวยังส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการทบทวนข้อตกลงการค้าอเมริกาเหนือซึ่งครอบคลุมถึงเม็กซิโกด้วย

ในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์อาศัยอำนาจตามมาตรา 338 ของกฎหมายภาษีศุลกากรปี 2473 เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา ซึ่งครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท เช่น ไวน์ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์นม ปูนซีเมนต์ เสื้อผ้า คันเบ็ด อุปกรณ์ฮอกกี้ และสินค้าอื่น ๆ

มาตราดังกล่าวให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรเชิงลงโทษสูงสุด 50% กับประเทศคู่ค้าที่ถูกมองว่าปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อสินค้าของสหรัฐฯ

ข้อมูลจากสำนักงานสำรวจสำมะโนประชากรสหรัฐฯ ระบุว่า สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการภาษีดังกล่าวมีมูลค่าราว 5.2% ของสินค้ามูลค่ารวม 3.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่สหรัฐฯ นำเข้าจากแคนาดาในปี 2568 โดยแคนาดาเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ รองจากเม็กซิโก

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา ปัทมโกวิท