เกาหลีเหนือจวกการฝึกผสมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ แม้ทรัมป์สั่งลดระยะเวลา ยันพร้อมใช้สิทธิป้องกันตนเอง

เกาหลีเหนือได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การฝึกผสมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะมีคำสั่งให้ปรับลดระยะเวลาของการฝึกประจำฤดูร้อนดังกล่าวลงแล้วก็ตาม โดยเกาหลีเหนือระบุผ่านบทวิจารณ์ในสื่อของรัฐว่าจะเดินหน้าใช้สิทธิในการป้องกันตนเอง

อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า บทวิจารณ์ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) กระบอกเสียงของทางการเกาหลีเหนือ ไม่ได้กล่าวถึงถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า การฝึกดังกล่าวส่ง “สัญญาณที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งและแสดงออกถึงความเป็นศัตรู” ต่อเกาหลีเหนือแต่อย่างใด

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากคณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ (JCS) เปิดเผยในวันนี้ (19 ส.ค.) ว่า การฝึกผสมประจำปีรหัส “อึลจี ฟรีดอม ชีลด์” (Ulchi Freedom Shield: UFS) ซึ่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) จะถูกปรับลดระยะเวลาลงเหลือเพียง 5 วัน จากกำหนดการเดิม 11 วันที่จะสิ้นสุดในวันที่ 27 ส.ค.

บทวิจารณ์ของ KCNA ระบุว่า การฝึกดังกล่าว “กำลังผลักดันให้สถานการณ์ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีกลับเข้าสู่จุดเสี่ยงของสงครามอีกครั้ง” พร้อมเสริมว่า การฝึกทางทหารนี้ “ไม่อาจมองว่าเป็นเพียงแค่ธรรมเนียมปฏิบัติทางทหารอันเลวร้ายที่ฝ่ายศัตรูทำจนเคยชินเท่านั้น” และ “เราไม่มีวันที่จะยอมรับหรือคุ้นชินกับสิ่งนี้ได้”

นอกจากนี้ เกาหลีเหนือยังย้ำว่า การใช้สิทธิป้องกันตนเองของเกาหลีเหนือจะ “ดำเนินต่อไปเพื่อขจัดภัยคุกคามทางทหารของฝ่ายศัตรูอย่างสิ้นเชิง จนกว่ารัฐศัตรูจะละทิ้งความฝันอันบุ่มบ่ามในการใช้กำลังเข้าครอบงำผู้อื่น และล้มเลิกความพยายามที่จะทำลายดุลอำนาจ” ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการฝึกดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (16 ส.ค.) ก่อนจะเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวในวันถัดมาว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ตอบรับคำขอเจรจาของเขาแล้ว พร้อมระบุว่าคิม “ให้ความเคารพผมอย่างสูงมาโดยตลอด”

ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือประณามการฝึกประจำปีดังกล่าวมาโดยตลอดว่าเป็นเสมือนการซักซ้อมเพื่อเตรียมการรุกราน ขณะที่ KCNA ระบุว่าการฝึกในครั้งนี้ “มุ่งเน้นไปที่การยกระดับขีดความสามารถในการรบจริงอย่างยิ่งยวด”

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล (WSJ) รายงานเมื่อวันอังคาร (18 ส.ค.) ว่า ปธน.ทรัมป์กำลังผลักดันให้คณะทำงานจัดเตรียมการประชุมแบบพบหน้ากับ คิม จองอึน อย่างเร็วที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ ระหว่างการเดินทางเยือนเอเชียของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเดือนพ.ย. ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ณ เมืองเซินเจิ้น ทางตอนใต้ของจีน

อนึ่ง ในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ปธน.ทรัมป์เคยพบปะกับ คิม จองอึน มาแล้ว 3 ครั้ง เริ่มจากการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ที่สิงคโปร์ในปี 2561 ตามด้วยการเจรจาที่เวียดนาม และที่หมู่บ้านพักรบพันมุนจ็อมในเขตปลอดทหาร (DMZ) ในปี 2562

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีได้สำเร็จ ขณะที่รัฐบาลเปียงยางยังคงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการกระชับความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์