พิษน้ำท่วมน่าน ดับแล้ว 1 ราย มท.สั่งเร่งกู้ระบบไฟฟ้า-น้ำดื่ม-สื่อสาร เฝ้าระวังทั่วประเทศใกล้ชิด

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนรมว.มหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านว่า ส่งผลกระทบใน 4 อำเภอ 21 ตำบล 72 หมู่บ้าน และมีรายงานการพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียด

ปัจจุบันสถานการณ์ในอำเภอปัวเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติจนประชาชนสามารถออกจากศูนย์อพยพได้แล้ว โดยมวลน้ำกำลังไหลบ่าไปสมทบที่อำเภอท่าวังผา อำเภอภูเพียง และคาดว่าจะเข้าสู่อำเภอเมืองน่านภายใน 5 ชั่วโมง ทางเทศบาลเมืองน่านได้ประกาศเตือนให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง ซึ่งชาวบ้านมีความพร้อมรับมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ มวลน้ำจากจังหวัดน่านจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์โดยตรง ประกอบกับกลุ่มเมฆฝนเริ่มเบาบางลง จึงช่วยลดความกังวลเรื่องผลกระทบที่จะขยายวงกว้างไปยังจังหวัดอื่น

“ด้านความปลอดภัยของประชาชน กระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้หน่วยงานฝ่ายปกครองร่วมกับสาธารณสุขในพื้นที่เร่งลงพื้นที่เคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุซึ่งที่พักอยู่ในเส้นทางน้ำ “ให้อพยพออกมายังศูนย์พักพิงล่วงหน้าทันทีโดยไม่ต้องรอให้น้ำมาถึง” เพื่อป้องกันอันตรายและความยากลำบากที่อาจเกิดขึ้นหากระดับน้ำท่วมสูง” นายพลพีร์ กล่าว

เรื่องผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม ส่งผลให้ประชาชนกว่า 27,000 รายไม่มีไฟฟ้าใช้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งกู้ระบบและเตรียมรถปั่นไฟสำรองลงพื้นที่ โดยเน้นจ่ายไฟให้โรงพยาบาล และศูนย์อพยพก่อนเป็นอันดับแรก

ในเรื่องน้ำดื่ม อาหาร และสิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็น ทางจังหวัดน่านร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน และภาคีเครือข่าย ดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย โดยการประกาส่วนภูมิภาคสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวด และรถผลิตน้ำดื่มจาก ปภ. ซึ่งมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ นอกจากนี้ ปภ. ยังได้ประสานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทั้ง True, AIS และ NT จากกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อให้การสื่อสารในศูนย์อพยพ และการติดต่อในพื้นที่ประสบภัยไม่สะดุด พร้อมทั้งเตรียมเครื่องจักรกลเข้าฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดทันที

.”นอกจากการช่วยเหลือในภาคเหนือแล้ว ทาง ปภ. ยังได้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม โดยเฉพาะพื้นที่อีสานตอนบนที่ติดกับแม่น้ำโขง ได้มีการเตรียมพร้อมแจ้งเตือนจังหวัดเสี่ยงแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงได้ลดระดับลง ซึ่งจะช่วยให้การระบายน้ำตามเส้นทางธรรมชาติทำได้รวดเร็วขึ้นหากเกิดสถานการณ์น้ำหลาก” นายพลพีร์ กล่าว