ภาวะตลาดหุ้นไทย:แนวโน้มดัชนีเช้าพักตัวหลังบอนด์ยีลด์กลับมาสูง-ราคาน้ำมันปรับขึ้น

นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีพักตัว หลังบอนด์ยีลด์กลับมาปรับตัวขึ้น รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้น จากความเสี่ยงในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนวันนี้ ขณะที่ปัจจัยในประเทศระยะสั้นยังเป็นการปรับมุมมองบจ. หลังการเปิดเผยผลประกอบการไปเรียบร้อยแล้ว ให้แนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,615 จุด

นายชาญชัย พันทาธนากิจ, IAA ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงแนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] ช่วงเช้าวันนี้ว่า ดัชนีมีแนวโน้มพักตัว โดยได้รับแรงกดดันหลักจากปัจจัยภายนอกประเทศ หลังการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังไม่มีความคืบหน้า ขณะที่เมื่อวันทำการก่อนหน้า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวอ่อนแอกว่าภูมิภาคสวนทางกับดัชนี MSCI Asia ที่ปรับตัวบวกขึ้นไป

สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดอยู่ระหว่างการปรับมุมมองทิศทางผลประกอบการรายบริษัทและรายอุตสาหกรรมภายหลังการรายงานงบการเงินเรียบร้อยแล้ว กลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำการลงทุนแบบเน้นเลือกหุ้นรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่แนวโน้มผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังมีทิศทางฟื้นตัวได้ดี 

ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,615 จุด

*ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (20 ส..ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่   52,759.21 จุด ลดลง 703.84 จุด หรือ -1.32%    , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่  7,641.16 จุด ลดลง 66.82 จุด หรือ -0.87%  และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,067.17 จุด ลดลง 263.92 จุด หรือ -1.00%  

– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้  ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,427.69 จุด ลดลง 789.10 จุด หรือ -1.19%  ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ  25,807.61 จุด เพิ่มขึ้น 109.12 จุด หรือ +0.42%    และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,891.18 จุด ลดลง 12.54 จุด หรือ -0.32% ส่วนดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลง 1.07% 

– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (20 ส.ค. ) 1,609.99 จุด เพิ่มขึ้น 0.23 จุด (+0.01%) มูลค่าซื้อขาย 82,362.08 ล้านบาท

– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (20  ส.ค.)  946.31  ล้านบาท

–  ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือน ก.ย.. (20  ส.ค.) เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 87.83  ดอลลาร์/บาร์เรล 

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (20 ส.ค.) อยู่ที่ 20.58 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 32.83 ระหว่างวันคาด sideway ให้กรอบวันนี้ 32.75-33.00 

– กระทรวงการคลังสหรัฐ เพิ่มวงเงินรับซื้อคืนพันธบัตรเป็น “สองเท่า”เ ดินเกมใหม่หวังกดต้นทุนกู้ยืมระยะยาวหลังบอนด์ยีลด์พุ่งสูงในรอบเกือบ 20 ปี คล้ายปฏิบัติการ “Operation Twist” ของเฟดในอดีต “นักเศรษฐศาสตร์ไทย” ชี้สหรัฐสกัดบอนด์ยีลด์พุ่ง เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน รักษาเสถียรภาพการเงิน จับตาทุนไหลเข้าเอเชียและไทย ดันบาทแข็งค่าระยะสั้นยืนยันตลาดไทยยังแข็งแกร่ง 

– อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.704% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 5.259% ในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.)  

-“ยูโอบี” ปรับเพิ่มจีดีพีไทยปีนี้โต 1.9% จากเดิม 1.5% และ 2% ปีหน้า หวังลงทุนภาครัฐ-เม็ดเงินบีโอไอ แม้เผชิญโจทย์หินหนี้ครัวเรือนสูงและเอสเอ็มอีตึงตัว พร้อมเปิด 5 เทรนด์ใหญ่ ชี้เป้าเอไอยุคใหม่ขยับสู่โครงสร้างพื้นฐาน คาดดันหุ้นสหรัฐและเอเชียเกิดใหม่พุ่ง พร้อมรับปรากฏการณ์ Santa Claus Rally หลังการเลือกตั้งสหรัฐหนุน 

-ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดค้าปลีกในปี 70 คาดว่าจะมีมูลค่า 4.5 ล้านล้านบาท เติบโต 3-3.5% จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลางที่มีระยะเวลาพำนักยาวนานและมีกำลังซื้อการจับจ่ายสูง ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 2.76 ล้านล้านบาทในปีหน้าประกอบกับมาตรการภาครัฐที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง 

-ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เมื่อโครงสร้างภาษีแบบเดิมกำลัง กลายเป็นข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบสำคัญระหว่างสองมหาอำนาจยานยนต์ การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) จากประเทศจีนด้วยราคาสุดเร้าใจ ได้สั่นคลอนเจ้าตลาดเดิมอย่างค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น ที่ยึดพื้นที่ในไทยมาอย่างยาวนาน จนเกิดกระแสการเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนความเหลื่อมล้ำทางภาษีที่เกิดขึ้น 

-“เอกนิติ” เผย ชวน Canva จัดตั้งสำนักงานภูมิภาคและศูนย์วิจัยด้าน AI-Design ในประเทศไทย เพื่อให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยี-บุคลากรด้านการออกแบบ ต่อยอด Creative Economy-AI สร้างรายได้คนไทย พร้อมเสริมภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจไทย 

*หุ้นเด่นวันนี้

-KTB  (ดาโอ) “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 50.00 บาท  1) สินเชื่อ H2/69 มีโอกาสโตดีกว่าคาดจาก Investment cycle รอบใหม่ ทั้ง FDI, Data Center, SME และสินเชื่อภาครัฐที่เร่งตัวใน Q4, 2) คาดกำไร Q3/69  เพิ่มขึ้น QoQ จากสำรองฯ ลดลง และมี Upside จากกำไร FVTPL หุ้น THAI แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50.00 บาท โดยมี Dividend yield สูงราว 6% และ Asset Quality แข็งแกร่ง 

– PTTEP (ฟินันเซีย ไซรัส) “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus 162.81 บาท ได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมัน Brent ที่ปรับขึ้นสู่ US$94/บาร์เรล ขณะที่กำไรปกติไตรมาส 3/69  แม้อาจชะลอ q-q แต่คาดยังเติบโตแข็งแกร่ง y-y จากราคาพลังงานที่สูงกว่าปีก่อน

-PTT (กรุงศรี) ราคาเป้าหมาย 44.50 บาท  1)Supply พลังงานตึงตัวหนุนอัตรากำไรทั้งธุรกิจก๊าซม E&P, โรงกลั่น และปิโตรเมคี โดยปัจจัยดังกล่าวจะหนุนภาพการผลิตโต y-y ต่อเนื่อง H2/69  2)กำไรโตเฉลี่ย +18% CAGR ในปี 69-71 โดย PBV26E ยังต่ำกว่า 1.0 เท่า Div Yield>ปีละ 5.5%

โดย วรินทร ศิรินอก