เปิดอินไซต์ TCAS69 เผย 5 เทรนด์พฤติกรรมจาก DEK69 ส่งต่อถึง DEK70

คำถามว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” อาจเป็นคำถามที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่เมื่อถึงวันที่ต้องเลือกเส้นทางการศึกษาจริง คำตอบกลับไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชอบเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีทั้งการแข่งขัน คะแนนสอบ ค่าใช้จ่าย ความมั่นคงของอาชีพ รวมถึงความผิดหวังที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทาง สนาม TCAS จึงเป็นช่วงเวลาที่ผู้สมัครต้องชั่งน้ำหนักหลายปัจจัยเพื่อหาทางเลือกที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด รวบรวมบทสนทนาบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยกว่า 25,000 โพสต์ ผ่านเครื่องมือ dxt:360 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 26 มิถุนายน 2569 และนำมาวิเคราะห์ร่วมกับสถิติ TCAS69 จากเว็บไซต์ mytcas.com พบ 5 ประเด็นสำคัญที่สะท้อนทั้งพฤติกรรม ความกังวล และวิธีคิดของผู้สมัคร ซึ่งอาจเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ DEK70 ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่สนามสอบในปีถัดไป

สรุป 5 ประเด็นสำคัญ

  1. ที่นั่งมหาวิทยาลัยว่างเกือบครึ่ง แต่การแข่งขันยังสูง – รอบ 1 มีผู้สมัครมากกว่าที่นั่งที่เปิดรับ แต่จบรอบแล้วยังเหลือที่นั่งว่างราว 90,000 ที่นั่ง
  2. เทคโนโลยีและ AI ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่ไม่ใช่สิ่งที่เด็กเลือกเรียน – กลุ่มดิจิทัล/IT/Data ถูกพูดถึง 5% ของบทสนทนา แต่มีสัดส่วนรายการสมัครจริงเพียง 2.7% ซึ่งเป็นส่วนต่างมากที่สุดใน 15 กลุ่มสาขา
  3. สอบติดไม่ได้แปลว่าจะเข้าเรียน – ผู้ที่ขอประมวลผลครั้งที่ 2 แล้วได้ลำดับเดิม เกือบ 1 ใน 3 เลือกสละสิทธิ์
  4. “ซิ่ว” ไม่ใช่ความล้มเหลวอีกต่อไป – ในสนามสอบ TGAT/TPAT ปี 69 ราว 1 ใน 5 คือคนที่กลับมาสอบใหม่
  5. โพสต์ที่คนมีส่วนร่วมมากที่สุดของซีซัน ไม่ใช่โพสต์คนสอบติด แต่คือข้อความให้กำลังใจ ด้วยยอดเอ็นเกจเมนต์กว่า 628,000 ครั้ง

    1. ที่นั่งมหาวิทยาลัยว่างเกือบครึ่ง แต่การแข่งขันยังสูง 

      ข้อมูล TCAS69 สะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า แม้มหาวิทยาลัยจะมีที่นั่งเหลืออยู่จำนวนมาก แต่ผู้สมัครยังต้องเผชิญการแข่งขันสูง โดยในรอบ 1 Portfolio เปิดรับทั้งหมด 196,051 ที่นั่ง มีผู้สมัคร 204,728 คน หรือคิดเป็น 104.4% ของจำนวนที่นั่ง แต่เมื่อสิ้นสุดรอบกลับมีผู้ยืนยันสิทธิ์เพียง 105,803 คน ทำให้มีที่นั่งว่างอยู่ราว 90,000 ที่นั่ง

      สถานการณ์คล้ายกันในรอบ 2 Quota ที่เปิดรับ 125,674 ที่นั่ง แต่มีผู้ยืนยันสิทธิ์ 50,019 คน เหลือที่นั่งว่าง 75,655 ที่นั่ง หรือ 60.2% ขณะที่รอบ 3 Admission เปิดรับ 176,341 ที่นั่ง มีผู้ยืนยันสิทธิ์ 82,921 คน เหลือที่นั่งอีกราว 93,000 ที่นั่ง แต่ในเวลาเดียวกันกลับมีผู้สมัครถึง 42,534 คนที่ไม่ได้ที่นั่งและต้องไปต่อในรอบ 4

      ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ปัญหาอาจไม่ใช่จำนวนที่นั่งไม่เพียงพอ แต่เป็นความสนใจของผู้สมัครที่กระจุกอยู่ในบางคณะและบางมหาวิทยาลัย

      ภาพบนโลกออนไลน์ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อพิจารณาโพสต์จากบัญชีส่วนบุคคลที่กล่าวถึงมหาวิทยาลัย พบว่าบทสนทนาส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 427 Mentions จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 388 Mentions มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 263 Mentions และมหาวิทยาลัยขอนแก่น 249 Mentions

      การแข่งขันยังสะท้อนผ่านการจัดอันดับในรอบ 3 ซึ่งเปิดให้เลือกคณะ สาขา และมหาวิทยาลัยได้สูงสุด 10 อันดับ โดยมีผู้สมัคร 52,192 คน หรือ 41.6% เลือกครบทั้ง 10 อันดับ

      การเลือกอันดับ นอกจากจะเป็นการเลือก “คณะในฝัน” ยังต้องมีทางเลือกที่มองว่าปลอดภัย เพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเองมีที่เรียน สอดคล้องกับคอนเทนต์บนโซเชียลอย่าง “สูตรจัด 10 อันดับคณะแบบปลอดภัย” ที่ได้รับความสนใจจากผู้สมัคร

      2. AI และสายเทคถูกพูดถึงมาก แต่ไม่ใช่กลุ่มที่เด็กสมัครมากที่สุด

        เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนการพูดถึงกลุ่มสาขาวิชาบนโซเชียลจากบัญชีส่วนบุคคลกับสัดส่วนรายการสมัครจริงในรอบ 3 Admission พบช่องว่างที่ชัดเจน

        กลุ่ม ดิจิทัล/IT/Data มีสัดส่วนการพูดถึงสูงถึง 14.5% ของบทสนทนาทั้งหมด แต่มีสัดส่วนรายการสมัครจริงเพียง 2.7% ในทางกลับกัน กลุ่มครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ถูกพูดถึงเพียง 1.4% แต่มีสัดส่วนการสมัครจริง 7% ขณะที่กลุ่มบริหาร-บัญชี-เศรษฐศาสตร์ มีบทสนทนา 8.1% แต่มีสัดส่วนการสมัครจริงถึง 15.4% จึงเห็นได้ว่าสิ่งที่ถูกพูดถึงมากบนโซเชียล ไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นตัวเลือกในการสมัครจริงเสมอไป

        โดยเฉพาะเรื่อง AI ซึ่งพบถึง 1,311 โพสต์ แต่บทสนทนาส่วนหนึ่งไม่ได้ชักชวนให้เลือกเรียนด้านเทคโนโลยี กลับเป็นการตั้งคำถามถึงผลกระทบของ AI ต่อตลาดงาน ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเกี่ยวกับงานเขียนโค้ดพื้นฐาน ตำแหน่งโปรแกรมเมอร์สำหรับผู้จบใหม่ ไปจนถึงสายงานบัญชีและการเงินที่อาจได้รับผลกระทบจาก AI Agent

        ขณะที่สาขาที่มีจำนวนผู้สมัครสูงสุดในรอบ 3 ยังคงเป็นสาขาที่มีเส้นทางอาชีพค่อนข้างชัดเจน ได้แก่ บริหารธุรกิจ 18,685 คน นิติศาสตร์ 18,094 คน และการบัญชี 14,865 คน ตามข้อมูลประกาศวันที่ 18 พฤษภาคม 2569

        การเลือกคณะของผู้สมัคร TCAS69 จึงไม่ได้พิจารณาเพียงสิ่งที่อยากเรียนหรือสาขาที่กำลังเป็นกระแส แต่ยังเชื่อมโยงกับคำถามว่า เมื่อเรียนจบแล้วจะทำงานอะไร และอาชีพนั้นจะยังมีความต้องการในตลาดหรือไม่

        3.สอบติดแล้ว อาจยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

          อีกหนึ่งภาพที่เห็นชัดจาก TCAS69 คือช่องว่างระหว่าง “การสอบติด” กับ “การตัดสินใจเข้าเรียนจริง”

          ในรอบ 1 Portfolio มีผู้ผ่านการคัดเลือก 147,192 คน แต่มีผู้ไม่ใช้สิทธิ์ 40,718 คน หรือ 27.6% และสละสิทธิ์อีก 671 คน ขณะที่รอบ 2 Quota มีผู้ผ่านการคัดเลือก 66,311 คน แต่ไม่ใช้สิทธิ์ 15,788 คน หรือ 23.8% ส่วนรอบ 3 Admission มีผู้ผ่านการคัดเลือกครั้งที่ 1 จำนวน 105,058 คน และมีถึง 51,189 คน หรือ 48.7% ขอประมวลผลครั้งที่ 2 สะท้อนว่าเกือบครึ่งยังต้องการลุ้นผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม

          ในจำนวนผู้ที่ขอประมวลผลใหม่แล้วได้ลำดับเดิม 40,653 คน มี 11,951 คน หรือ 29.4% ตัดสินใจสละสิทธิ์ ขณะที่ทั้งรอบ 3 มีผู้สละสิทธิ์รวม 15,804 คน นั่นหมายความว่าเกือบ 1 ใน 3 ของคนที่ขอประมวลผลใหม่แต่ยังได้อันดับเดิม เลือกที่จะไม่หยุดอยู่กับผลลัพธ์นั้น และเดินหน้าหาทางเลือกอื่นต่อไป

          นอกเหนือจากความสนใจในคณะแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นอีกปัจจัยที่ถูกพูดถึง โดยหัวข้อเกี่ยวกับค่าเทอม ทุนการศึกษา และการเงิน ปรากฏในบทสนทนาเกือบ 5,000 ครั้ง รวมถึงมีโพสต์ที่เล่าถึงการสอบติดแต่ต้องสละสิทธิ์ด้วยเหตุผลด้านค่าใช้จ่าย

          ในรอบ 3 พบว่าผู้สมัครจำนวน 36,714 คน หรือ 29.3% เลือกสมัครพอดี 7 อันดับ ซึ่งอยู่ในโควตาที่ไม่ต้องเสียค่าสมัครเพิ่มเติม มากกว่ากลุ่มที่เลือก 6 อันดับราว 6 เท่า แม้ระบบจะอนุญาตให้เลือกได้สูงสุด 10 อันดับ โดยอันดับที่เกินจาก 7 จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มอันดับละ 100 บาท ขณะเดียวกัน การสมัครสอบ TGAT/TPAT ปี 69 มีรายการสมัครที่ขอรับเงินสนับสนุนค่าสมัครจากรัฐประมาณ 92% หรือ 528,154 จาก 575,888 รายการ

          แม้ข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถระบุเหตุผลของผู้สมัครแต่ละคนได้โดยตรง แต่ก็สะท้อนว่าความพร้อมด้านการเงินเป็นอีกบริบทหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการเข้าถึงการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย

          สำหรับมหาวิทยาลัย การแข่งขันเพื่อให้ได้ผู้เรียนจึงอาจไม่ได้สิ้นสุดเมื่อประกาศรายชื่อผู้สอบผ่าน แต่ยังรวมถึงการทำให้ผู้สมัครสามารถตัดสินใจเลือกและเดินหน้าต่อกับหลักสูตรนั้นได้จริง

          4. “เด็กซิ่ว” กลายเป็นอีกหนึ่งเส้นทางของการเลือกใหม่

            ข้อมูลการสมัครสอบ TGAT/TPAT ปี 69 พบผู้สมัครที่เป็น “เด็กซิ่ว” หรือผู้ที่จบการศึกษาปีก่อนหน้า จำนวน 54,975 คน คิดเป็น 17.7% ของผู้สมัครทั้งหมด หรือเกือบ 1 ใน 5 ของสนามสอบ

            บนโลกออนไลน์ คำว่า “ซิ่ว” ปรากฏในบทสนทนา 813 โพสต์ และมียอด Engagement รวมเกือบ 480,000 ครั้ง ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับคีย์เวิร์ดสำคัญอื่น ๆ

            หนึ่งในโพสต์ที่ได้รับความสนใจคือคลิปติดแฮชแท็ก #เด็กซิ่วแต่ซิ่ง ซึ่งมียอด Engagement ถึง 157,000 ครั้งในโพสต์เดียว รวมถึงคอนเทนต์ที่เล่าประสบการณ์การลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเลือกเส้นทางใหม่

            สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า “การเลือกใหม่” ไม่ได้เป็นเรื่องที่ต้องปิดบังเหมือนในอดีต แต่กลายเป็นอีกทางเลือกที่หลายคนพร้อมบอกเล่าอย่างเปิดเผย หากสิ่งที่เลือกในครั้งแรกยังไม่ตรงกับตัวเอง ก็สามารถกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งได้

            5. โพสต์ที่ได้รับความสนใจที่สุด ไม่ใช่เรื่องสอบติด แต่คือคำให้กำลังใจ

              ตลอดช่วง TCAS69 โลกออนไลน์ไม่ได้เต็มไปด้วยเรื่องคะแนน การแข่งขัน และการจัดอันดับเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีบทสนทนาเกี่ยวกับความหวัง ความกังวล ความผิดหวัง และการให้กำลังใจกัน

              โพสต์ที่สร้าง Engagement สูงที่สุดในชุดข้อมูลมียอดกว่า 628,000 ครั้ง และกลับไม่ใช่โพสต์ของคนที่สอบติด แต่เป็นข้อความสั้น ๆ ที่สื่อถึงการยอมรับว่า แม้ผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามหวัง อย่างน้อยก็ได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว

              ภาพดังกล่าวสะท้อนอีกมุมหนึ่งของสนามสอบที่ตัวเลขไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด เพราะเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง สิ่งที่ผู้สมัครต้องการจากโลกออนไลน์อาจไม่ได้มีเพียงข้อมูลที่จะช่วยให้สอบติด แต่ยังรวมถึงพื้นที่ที่ช่วยให้รับมือกับความผิดหวังและเดินหน้าต่อได้

              คำตอบของ “โตขึ้นอยากเป็นอะไร” อาจไม่ได้จบเพียงชื่อคณะ

              ทั้ง 5 ประเด็นจาก TCAS69 ทำให้เห็นภาพของเด็กรุ่นหนึ่งที่ต้องตอบคำถามเรื่องอนาคตภายใต้เงื่อนไขหลายด้าน ทั้งคะแนนสอบ ค่าใช้จ่าย ความมั่นคงของอาชีพ และความสนใจส่วนตัว การสอบติดจึงอาจไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนเส้นทางหรือเริ่มต้นใหม่ก็ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวเสมอไป

              อีกสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ตัวเลขการสมัคร คือบรรยากาศบนโลกออนไลน์ที่ผู้สมัครส่งต่อความเข้าใจและกำลังใจให้กัน จนสนามแข่งขันไม่ได้มีเพียงเรื่องของผู้ชนะหรือผู้สอบติด แต่ยังมีพื้นที่สำหรับคนที่ผิดหวังและต้องการเริ่มต้นใหม่ สำหรับเด็กรุ่นนี้ คำตอบของคำถามว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” จึงอาจไม่ได้หมายถึงเพียงชื่อคณะหรือมหาวิทยาลัย แต่รวมถึงการได้เป็นคนเลือกเส้นทางของตัวเอง กล้ายอมรับเมื่อสิ่งที่เลือกยังไม่ใช่ และกล้าเริ่มต้นใหม่บนเส้นทางที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรง

              ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์ Insight รวบรวมจาก dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 26 มิถุนายน 2569 จากบทสนทนาออนไลน์กว่า 25,000 โพสต์เกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ผ่าน Facebook, X, YouTube, TikTok, Instagram และ Pantip

              ข้อมูลสถิติการสมัคร TCAS69 อ้างอิงจากเว็บไซต์ mytcas.com ได้แก่ รอบ 1 Portfolio ประกาศวันที่ 7 มีนาคม 2569 รอบ 2 Quota ประกาศวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และรอบ 3 Admission หลังปิดระบบ ประกาศวันที่ 29 พฤษภาคม 2569

              โดย ณัฐชญา แตงตาด