ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดลบ 200.43 จุด วิตกตึงเครียดตะวันออกกลาง-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ดีดตัว

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (21 ส.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากความระมัดระวังของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่แรงซื้อหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าวช่วยจำกัดการปรับตัวลง

ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดตลาดที่ระดับ 66,016.36 จุด ลดลง 200.43 จุด หรือ -0.30%

หุ้นกลุ่มขนส่งทางทะเลและประกันภัยปรับตัวขึ้นมากที่สุด ขณะที่หุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์และกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัดปรับตัวลงอย่างหนัก

บรรดาเทรดเดอร์เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัวและอัตราเงินเฟ้อที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนมองว่า แผนการของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่จะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวขึ้นอย่างน้อยเท่าตัว เป็นเพียงมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีแนวโน้มเทขายหุ้นเพื่อทำกำไรในช่วงท้ายสัปดาห์ และเพื่อจับตาการแถลงข่าวของ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (24 ส.ค.) เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับ “มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” ที่จะบังคับใช้ต่ออิหร่าน

มาซาฮิโระ อิจิคาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของบริษัท Sumitomo Mitsui DS Asset Management กล่าวว่า แม้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ส่งผลกระทบรุนแรงนัก แต่ความกังวลจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก หากมีการเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นลดช่วงติดลบในช่วงบ่าย โดยดัชนี Topix พลิกกลับมาอยู่ในแดนบวกจากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่บางตัว ขณะที่หุ้นกลุ่มขนส่งทางทะเลและกลุ่มการเงินก็ได้รับแรงซื้อเช่นกัน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/ปรียพรรณ มีสุข