จีนเล็งออกนโยบายสนับสนุนการคลังรอบใหม่ รับมือเศรษฐกิจชะลอตัว

เหลียว หมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของจีน กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งในวันนี้ (21 ส.ค.) ว่า กระทรวงการคลังของจีนได้ยกระดับการสนับสนุนทางการคลังเพื่อกระตุ้นการบริโภค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเพิ่มอุปสงค์และศักยภาพในการบริโภคภายในประเทศ หลังจากเศรษฐกิจจีนขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมายรายปีของรัฐบาล

เหลียวกล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ทำการศึกษาและร่างนโยบายทางการคลังและการเงินแบบบูรณาการชุดใหม่ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ พร้อมกับกล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ทางกระทรวงได้จัดสรรงบประมาณแล้ว 1.875 แสนล้านหยวน (ประมาณ 2.765 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนโครงการให้ผู้บริโภคนำสินค้าเก่ามาแลกซื้อสินค้าใหม่ ซึ่งช่วยให้เกิดการซื้อสินค้ามากถึง 178 ล้านครั้ง คิดเป็นมูลค่าการขายรวมราว 1.32 ล้านล้านหยวน

นอกจากนี้ เหลียวกล่าวว่า กระทรวงการคลังจะแนะนำให้รัฐบาลท้องถิ่นออกพันธบัตร เร่งการใช้จ่ายทางการคลัง และเข้มงวดในการกำกับดูแลในภูมิภาคที่มีความล่าช้า เพื่อผลักดันให้เริ่มดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

การประกาศดังกล่าวถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลจีนในการเร่งพยุงศรษฐกิจ และตอกย้ำว่ารัฐบาลมุ่งเป้าใช้มาตรการทางการคลังเพื่อฟื้นฟูความต้องการสินเชื่อและกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคเอกชน ท่ามกลางแรงกดดันด้านการคลังที่เพิ่มขึ้นในระดับรัฐบาลท้องถิ่น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของกระทรวงการคลังจีนมีขึ้น หลังจากสำนักงานสถิติจีนเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนที่ชะลอตัวลงมากกว่าคาดในเดือนก.ค.

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายของจีนเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น นับตั้งแต่นักเศรษฐศาสตร์หลายรายคาดการณ์ว่า การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะลดลงต่ำกว่าเป้าหมายรายปีที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้ที่กรอบ 4.5%-5% มากยิ่งขึ้น หลังจาก GDP ในไตรมาส 2/2569 ขยายตัวเพียง 4.3% ซึ่งเป็นการขยายตัวที่ช้าที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565

โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด